
แก้หนี้บ้านคนกทม.เหลว
โพสต์ทูเดย์
— โครงการบ้านยิ้มปรับหนี้ที่อยู่อาศัย กทม. ล่ม ลูกหนี้ยิ้มไม่ออก ธนาคารเมินรับลูกหนี้รีไฟแนนซ์อ้างติดเอ็นพีแอลนางกัลยาณี รุทระกาญจน์ เลขา ธิการศูนย์ประสานงานลูกหนี้ ยิ้มรับปรับหนี้ที่อยู่อาศัย ที่ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า หลังจากมีการเปิดลงทะเบียนเมื่อปลายปีที่แล้ว มีประชาชน กทม. มาลงทะเบียนเพื่อยื่นขอปรับโครงสร้างหนี้บ้านที่กำลังถูกยึดจากกรมบังคับคดีประมาณ 1,000 ราย ซึ่งศูนย์ได้ร่วมกับลูกหนี้จัดทำแผนปรับโครงสร้างหนี้พร้อมแสดงสินทรัพย์ หนี้สินและรายรับที่เพียงพอของลูกหนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ รวมถึงธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 200300 ราย แต่กลับถูกปฏิเสธกว่า 90%
ธนาคารอ้างว่าลูกหนี้เป็นลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (แอลพีแอล) ไม่สามารถที่จะปล่อยเงินกู้ให้ ทั้งที่ธนาคารอิสลามออกมาโฆษณาจะปล่อยเงินกู้เพื่อรีไฟแนนซ์บ้าน โครงการนี้ และยินดีรับลูกหนี้ที่ติดบัญชีดำหรือเครดิตบูโร รวมถึงลูกหนี้ ที่เป็นเอ็นพีแอล
“
ลูกหนี้ที่ถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ทุกรายส่วนใหญ่ก็เป็นลูกหนี้ที่เป็นเอ็นพีแอลอยู่แล้ว และธนาคารอิสลามก็รับทราบ แต่เมื่อเสนอตัวเข้ามาร่วมโครงการและมีการประชา สัมพันธ์ว่าจะรับลูกหนี้กลุ่มนี้ ทำให้เสียความรู้สึกและผิดหวังกับโครง การนี้” นางกัลยาณี กล่าวนางกัลยาณี กล่าวว่า ขณะนี้พบว่ามีลูกหนี้เข้ามาติดต่อ เนื่องจากมีปัญหาส่งเงินชำระหนี้หลังจากการบังคับคดีขายทอดตลาดแล้วเงินหายออกจากบัญชีโดยไม่ทราบสาเหตุ และเมื่อตรวจสอบบัญชีเงินไม่ได้ไปหักกลบลบหนี้เดิม ซึ่งทำให้มีคดีฟ้องร้องเยอะมาก ซึ่งบางรายไม่มีใบเสร็จก็ไม่มีหลักฐานที่จะสามารถเรียกร้องหักกลบลบหนี้ แต่บางรายก็สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน เพราะมีหลักฐานเช่นการโอนเงินผ่านระบบธนาคารหรือการโอนเงินผ่านระบบไปรษณีย์
ทั้งนี้ โครงการบ้านยิ้มของ กทม.เปิดโอกาสให้ผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านเขตกรุงเทพมหานครที่ประสบปัญหาหนี้สินด้านที่อยู่อาศัย อาทิ บ้านกำลังจะถูกยึด ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีหรือถูกฟ้องล้มละลาย รวมทั้งผู้ต้องการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และลดหนี้ หรือผู้ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ (รีไฟแนนซ์) กับธนาคารใหม่ มารับใบคำร้องลงทะเบียน ซึ่งกรุงเทพมหานครจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประสานงานกับศูนย์ประสานงานลูกหนี้แห่งชาติ โดยรวบรวมรายชื่อและปัญหาของประชาชนแต่ละเขตส่งให้ศูนย์ประสานงานลูกหนี้ แห่งชาติเพื่อคัดกรองปัญหาลูกหนี้แต่ละกรณี และส่งต่อให้สถาบันการเงินพิจารณาช่วยเหลือต่อไป โดยจาก การสำรวจพบว่ามีประชาชนในกทม.กำลังจะถูกยึดบ้านมากถึง 7 หมื่นราย







