
สิงห์เมินเพิ่มงบลุยธุรกิจเบียร์
ชี้รากหญ้ายังไม่ฟื้นต่ำกว่าจีดีพี ทำตลาดหดตัวต่อเนื่อง18เดือน
โพสต์ทูเดย์
— สิงห์ชี้เศรษฐกิจรากหญ้ายังไม่ฟื้นตัว เมินทุ่มงบลุยเบียร์ หลังตลาดวูบต่อเนื่อง 18 เดือน พร้อมลั่นอีก 5 ปีลดสัดส่วนการขายเบียร์ให้เหลือ 60% ของบริษัทนายปิติ ภิรมย์ภักดี ผู้จัดการกลุ่มการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เปิดเผยว่า ภาพรวมการใช้งบประมาณในการทำตลาดของสิงห์ในปีนี้จะไม่เติบโตจากปีที่ผ่านมามากนัก ยกเว้นการเข้าสนับสนุนทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเชลซี โดยคาดว่างบประมาณทั้งปีจะใช้ไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมาที่ใช้ไป 685 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากภาพรวมของตลาดเบียร์ยังชะลอตัวอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 18 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่เศรษฐกิจในระดับรากหญ้าไม่มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน แม้รัฐบาลจะประกาศตัวเลขจีดีพีออกมาเติบโตก็ตาม แต่ก็เป็นการเติบโตจากการส่งออกเป็นหลัก ไม่ได้เติบโตจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศ
“
เราคงต้องมองเรื่องการใช้งบประมาณในการทำตลาดมากขึ้น อะไรที่เหมาะสมและต้องทำก็ทำ อย่างที่สนับสนุนทีมฟุตบอล เพราะเราหวังด้านการโฆษณาแบรนด์ในระดับสากล แต่ตลาดในประเทศที่หดตัวลงไปนั้น ถามว่าจะทำอะไรมั้ย คงต้องดูเวลาที่เหมาะสม” นายปิติ กล่าวทั้งนี้ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างของธุรกิจในช่วง 5 ปีนับจากนี้ โดยอยู่ระหว่างการหาธุรกิจใหม่เพิ่มเติม และคาดว่าจะทำให้สัดส่วนการจำหน่ายเบียร์ลดลงจาก 90% ในปัจจุบันเหลือเพียง 60% ในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะที่ 20% จะเป็นกลุ่มธุรกิจนันแอลกอฮอล์ และอีก 20% เป็นธุรกิจใหม่ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าเป็นธุรกิจกลุ่มใด
สำหรับสถานการณ์ล่าสุดนั้น จากตัวเลขรายงานของกรมสรรพ สามิต พบว่าบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดเบียร์ประมาณ 60.8% ซึ่งมียอดจำหน่ายที่หดตัวเล็กน้อยตามการหดตัวของตลาด และคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีนี้น่าจะรักษาระดับของส่วนแบ่งการตลาดดังกล่าวเอาไว้ได้
นายปิติ กล่าวต่อว่า นอกจากการใช้งบประมาณเพื่อการตลาดแล้ว แต่ละปีบริษัทจะใช้งบประมาณ 250350 ล้านบาท เพื่อจัดกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านกีฬาที่เป็นผู้ให้การสนับสนุนทีมบางกอกกล๊าส และทีมระดับดิวิชัน 1 และ 2 อีก 17 ทีม รวมถึงการทุ่มงบ 5 ล้านบาท เพื่อจัดแข่งเอกซ์ตรีม สปอร์ต แชมเปียนชิพในปีนี้
“
เรามองการทำกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาสังคมอย่างจริงจัง ไม่ได้มองว่าต้องการเพิ่มยอดขายให้กับบริษัท และมองว่าจะต้องส่งเสริมในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องในอนาคต” นายปิติ กล่าว






