
บินถกจีนดึงลงทุนอีอีซี
"อภิรดี" บินถกจีน 14-15 พ.ค. หารือร่วมผู้นำ 28 ชาติ รัฐมนตรีกว่า 100 คน ชูนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และอีอีซีดึงการลงทุน
"อภิรดี" บินถกจีน 14-15 พ.ค. หารือร่วมผู้นำ 28 ชาติ รัฐมนตรีกว่า 100 คน ชูนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และอีอีซีดึงการลงทุน
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค. 2560 มีกำหนดเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมเบลต์ แอนด์ โรด ฟอรัม ฟอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โคออปเปอเรชั่น (บีอาร์เอฟ) ซึ่งเป็นการประชุมภายใต้หัวข้อการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และร่วมกันพัฒนาเส้นทางสายเศรษฐกิจวันเบลต์ วัน โรด (โอบีโออาร์) เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย โดยมีผู้นำจาก 28 ชาติ รัฐมนตรีกว่า 100 คน พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ 80 องค์กร และนักธุรกิจระดับโลกเข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 1,200 คน
นางอภิรดี กล่าวว่า กระทรวงได้สนับสนุนแนวคิดนโยบายดังกล่าว เนื่อง จากสอดคล้องกับนโยบายของไทยที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงในภูมิภาคทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล เพื่อให้ไทยเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน โดยนโยบายของไทยที่จะดำเนินการควบคู่ไปกับนโยบายโอบีโออาร์ของจีนได้ คือ โครงการภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เมดอินไชน่า 2025 ที่เน้นเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและสินค้านวัตกรรม ซึ่งสามารถร่วมกันเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ได้
นอกจากนี้ ไทยยังมีโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ในอนาคตจะกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญยิ่งของเอเชีย โดยจะเป็นศูนย์กลางในการคมนาคม เป็นจุดขนส่งและกระจายสินค้า เป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค และยังเป็นเกตเวย์สำคัญของนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนชาวจีนที่จะเข้ามาใช้อีอีซีเป็นฐานการผลิตเพื่อกระจายสินค้าไปซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม ภายใต้นโยบายโอบี โออาร์จีนได้กำหนดตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของแต่ละภูมิภาคไว้อย่างชัดเจน โดยภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ที่จะเชื่อมไปยังประเทศในเอเชียกลาง ใต้ และตะวันตก ตลอดจนเชื่อมไปยังรัสเซียในด้านเหนือ โดยมีมณฑลซินเจียงเป็นมณฑลหลัก ส่วนภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ถูกกำหนดให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่จะเชื่อมไปยังอาเซียน สำหรับมณฑลภาคกลางของประเทศถูกกำหนดให้เป็นเส้นทางการเชื่อมโยงหลักในการเชื่อมกับภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ โดยเน้นการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีกำลังแรงงานเป็นจำนวนมากเพื่อรองรับการพัฒนา และสุดท้ายมณฑลทางภูมิภาคชายฝั่งด้านตะวันออกเป็นพื้นที่ที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ เป็นที่ตั้งของท่าเรือชายฝั่ง และศูนย์กลางด้านการบินระหว่างประเทศ
"การเชื่อมโยงตามเส้นทางโอบีโออาร์ที่เชื่อมต่อเศรษฐกิจจีนเข้ากับเศรษฐกิจของหลายภูมิภาคทั่วโลกนั้น จะทำให้เกิดการพัฒนาเมืองตามแนวที่เส้นทางโอบีโออาร์พาดผ่าน ซึ่งจะทำให้เกิดตลาดใหม่ขึ้นมารองรับการส่งออกสินค้าของไทยเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศเร่งศึกษาศักยภาพและโอกาสของเมืองตามแนวเส้นทางโอบีโออาร์ เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนหรือร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อพัฒนาตลาดที่เกิดขึ้นใหม่เหล่านี้ต่อไปแล้ว" นางอภิรดี กล่าว
สำหรับนโยบาย "วัน เบลต์ วัน โรด" (โอบีโอออาร์) เป็นความริเริ่มมาจากแนวคิดของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน โดยเป็นนโยบายการสร้างความเชื่อมโยงของจีนกับอีก 64 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมจำนวนประชากรราว 4,500 ล้านคน มีจีดีพีรวมกันกว่า 23 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยจีนพยายามที่จะส่งเสริมความเชื่อมโยงทั้งทางบก (เส้นทางสายไหมทางเศรษฐกิจจำนวน 3 เส้นทาง) และทางทะเล (เส้นทางสายไหมทางทะเล ในศตวรรษที่ 21 จำนวน 2 เส้นทาง) เชื่อมระหว่างอาเซียน เอเชีย แอฟริกา และยุโรป โดยมีการเชื่อมโยงความ ร่วมมือในหลายด้าน เช่น ความร่วมมือด้านนโยบาย การเสริมสร้างสมรรถนะ การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน และความร่วมมือด้านการเงิน ซึ่งมีจีนเป็นจุดศูนย์กลาง







