
HMPROไตรมาส1โต21%
ผลจากขยายสาขาใหม่เมกาโฮม โฮมโปรที่มาเลเซียยันกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัว
ผลจากขยายสาขาใหม่เมกาโฮม โฮมโปรที่มาเลเซียยันกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัว
โพสต์ทูเดย์ - “โฮมโปร” ไตรมาสแรกกำไรสุทธิ 1,046.23 ล้าน เพิ่มขึ้น 20.79% จากสาขาใหม่ ทั้งธุรกิจโฮมโปร เมกาโฮม และโฮมโปรที่มาเลเซีย
นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ “HMPRO” เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกปีนี้บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,046 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วง
เวลาเดียวกันของปีก่อน จากรายได้รวมจำนวน 15,273 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.52% จากรายได้การขาย จำนวน 14,270.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.69% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตจากสาขาใหม่ ทั้งธุรกิจโฮมโปร เมกาโฮม และโฮมโปรที่มาเลเซีย
ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ค่าเช่าและบริการอีกจำนวน 481.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.36% เป็นผลมาจากรายได้ค่าเช่าที่สูงขึ้นจากพื้นที่ให้เช่าเพิ่มเติมของสาขาโฮมโปร นอกจากนี้ยังมีรายได้อื่น จำนวน 520.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% โดยเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ค่าโฆษณา รายได้จากการส่งเสริมการขาย และรายได้จากค่าบริการ “โฮม เซอร์วิส” จากลูกค้า
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรขั้นต้นจำนวน 3,711.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.76% เมื่อเทียบกับปีก่อน สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 25.03% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 26.01% เป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนของส่วนผสมสินค้ามีไว้เพื่อขายทั้งกลุ่มสินค้าทั่วไป และกลุ่มสินค้า Direct Sourcing รวมถึงธุรกิจเมกาโฮม ที่มีอัตราการทำกำไรที่ดีขึ้น
สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร จำนวน 3,307.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.96% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยหลักเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายกลุ่มเงินเดือน ต้นทุนในการให้บริการแก่ลูกค้า และค่าเสื่อมราคา อย่างไรก็ตามอัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายมีการปรับตัวดีขึ้น โดยลดลงจาก 23.34% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 23.18% เป็นผลมาจากการบริหารและควบคุมค่าใช้จ่าย
“ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 แม้ว่าดัชนีเศรษฐกิจบางตัวจะปรับตัวดีขึ้น แต่ยังไม่เห็นการฟื้นตัวของกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างชัดเจน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายของสินค้าบางกลุ่ม เช่น กลุ่มเครื่องทำความเย็น ซึ่งมียอดขายสูงกว่าปกติในปีที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย” นายคุณวุฒิ กล่าว
ดังนั้น บริษัทมุ่งเน้นในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพของอัตราการทำกำไรในแต่ละกลุ่มสินค้าให้ดีขึ้น เช่น การเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มสินค้า Direct Sourcing การเลือกสินค้าจากแหล่งต่างๆ ให้ได้ต้นทุนในราคาที่เหมาะสม การเพิ่มคุณภาพของสินค้าให้อยู่ในระดับที่ดีขึ้น และการวางแผนการจัดซื้อสินค้า
นอกจากนี้ กำไรของ HMPRO ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดว่า กำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 2560 จะเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากอัตรากำไรที่สูงขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงและเฮาส์แบรนด์ รวมทั้งควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดว่า กำไรจะเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 2 จากการขยายสาขาและยอดขายต่อสาขาเดิมฟื้นตัวดีขึ้น และยังคงมีความเห็นเชิงบวกต่อ HMPRO ซึ่งผลประกอบการมีเสถียรภาพและมีแนวโน้มเติบโตยั่งยืน ดังนั้นจึงแนะนำซื้อ โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 12.20 บาท
สำหรับไตรมาส 2 คาดว่า อัตรากำไรบริษัทจะเพิ่มขึ้นหลังจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า เฮาส์แบรนด์ และคาดจะมีการเปิดสาขาโฮมโปร เมกาโฮม และโฮมโปรมาเลเซีย อย่างละ 1 สาขา นอกจากนั้นอาจได้อานิสงส์จากการสิ้นสุดการผ่อนชำระเงินกู้สำหรับโครงการรถคันแรก โดยเม็ดเงินที่เคยใช้ผ่อนค่างวดรถยนต์ส่วนหนึ่งอาจถูกนำไปซื้อสินค้าปรับปรุงซ่อมแซมบ้านหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า







