posttoday
ธปท.เผยผลสำรวจ เอกชนขยับลงทุนเพิ่ม

ธปท.เผยผลสำรวจ เอกชนขยับลงทุนเพิ่ม

27 เมษายน 2560

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยผลการสำรวจความเห็นหลังจากร่วมกับสำนักงานภาค 3 แห่ง ลงพื้นที่พบปะภาคธุรกิจผ่านโครงการ Business Liaison Program กว่า 800 บริษัท/ปี เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับทราบความรู้ ความเข้าใจถึงสถานการณ์เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง รวมทั้งการสำรวจความเห็นของนักธุรกิจทั้งชาวไทยและต่างชาติ อาทิ หอการค้าญี่ปุ่นและหอการค้าอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญที่ประกอบธุรกิจในไทย ผลสรุปที่ได้ทำให้มั่นใจได้ว่าการลงทุนภาคเอกชนในปีนี้จะดีขึ้นจากปีก่อนทั้งนี้ เริ่มเห็นนักธุรกิจต่างชาติและไทยลงทุนขยายธุรกิจในปี 2560 มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ตลาดอาเซียนโดยเฉพาะกลุ่ม กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (กลุ่มซีแอลเอ็มวี) ที่ยังเติบโตดี ขณะที่ยังเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นจากการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยปี 2559 มีธุรกิจยื่นขอบีโอไอ 1,546 โครงการ เพิ่มขึ้น 56% คิดเป็นเงินลงทุนเกือบ 6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว ส่วนใหญ่กระจุกอยู่ใน 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตตามนโยบายของรัฐบาล (5 First S-Curves และ 5 New S-Curves) เช่น กิจการซอฟต์แวร์ดิจิทัล และอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยนักลงทุนญี่ปุ่นยังยื่นขอบีโอไอส

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยผลการสำรวจความเห็นหลังจากร่วมกับสำนักงานภาค 3 แห่ง ลงพื้นที่พบปะภาคธุรกิจผ่านโครงการ Business Liaison Program กว่า 800 บริษัท/ปี เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับทราบความรู้ ความเข้าใจถึงสถานการณ์เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง รวมทั้งการสำรวจความเห็นของนักธุรกิจทั้งชาวไทยและต่างชาติ อาทิ หอการค้าญี่ปุ่นและหอการค้าอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญที่ประกอบธุรกิจในไทย ผลสรุปที่ได้ทำให้มั่นใจได้ว่าการลงทุนภาคเอกชนในปีนี้จะดีขึ้นจากปีก่อน

ทั้งนี้ เริ่มเห็นนักธุรกิจต่างชาติและไทยลงทุนขยายธุรกิจในปี 2560 มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ตลาดอาเซียนโดยเฉพาะกลุ่ม กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (กลุ่มซีแอลเอ็มวี) ที่ยังเติบโตดี ขณะที่ยังเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นจากการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยปี 2559 มีธุรกิจยื่นขอบีโอไอ 1,546 โครงการ เพิ่มขึ้น 56% คิดเป็นเงินลงทุนเกือบ 6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว ส่วนใหญ่กระจุกอยู่ใน 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตตามนโยบายของรัฐบาล (5 First S-Curves และ 5 New S-Curves) เช่น กิจการซอฟต์แวร์ดิจิทัล และอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยนักลงทุนญี่ปุ่นยังยื่นขอบีโอไอสูงที่สุด ถึงเกือบ 1 ใน 5 ของมูลค่าการลงทุนจากต่างชาติ และเริ่มเห็นนักลงทุนชาวจีนให้ความสนใจลงทุนเพิ่มมากขึ้นในอุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ และการผลิตโซลาร์เซลล์

นอกจากนี้ จากการพบปะแลกเปลี่ยนความเห็นกับนักธุรกิจ คาดว่ากลุ่มธุรกิจที่จะขยายการลงทุนในปีนี้มี 3 กลุ่มหลัก กลุ่มแรก คือ ธุรกิจการค้าและบริการที่ฟื้นตัวตามอุปสงค์ในประเทศที่ปรับดีขึ้น และภาคท่องเที่ยวที่เติบโตดี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

กลุ่มสอง คือ อุตสาหกรรมส่งออกที่เติบโตตามการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง จากความต้องการสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และอุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มสาม คือ อุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับนโยบายของภาครัฐ อาทิ ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจก่อสร้างขนาดเล็ก จากการที่ภาครัฐลงทุนโครงการต่ำกว่า 2 ล้านบาท เช่น การซ่อมแซมถนน การปรับปรุงอาคาร เป็นต้น

ขณะที่ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งเป้าการขายที่ดินในนิคมฯ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากนักธุรกิจหลายรายให้ความสนใจขยายการลงทุนในพื้นที่นิคมฯ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะใน จ.ชลบุรีและระยอง ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม การลงทุนยังไม่ขยายตัวดีนักในวงกว้าง เพราะยังมีธุรกิจบางกลุ่มที่ชะลอการลงทุน เช่น ธุรกิจก่อสร้างขนาดใหญ่ เนื่องจากผู้ประกอบการยังรอดูความชัดเจนของโครงการลงทุนรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง และเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ต้องใช้เวลาในกระบวนการกว่าจะลงทุนได้จริง ขณะที่ธุรกิจส่งออกข้าวและมันสำปะหลังมีการแข่งขันรุนแรงจากประเทศผู้ส่งออกสำคัญ ทั้งอินเดียและเวียดนาม ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เห็นการขยายตัวบ้างในกลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบ แต่หดตัวในกลุ่มอาคารชุด เนื่องจากมีอุปทานเหลือขายจำนวนมากในบางทำเล ปีนี้จึงคาดว่าโครงการอาคารชุดเปิดใหม่จะทรงตัวจากปีก่อน

สุดท้ายนักธุรกิจให้ความเห็นว่า การลงทุนข้างหน้าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นได้เพียงใดขึ้นกับเงื่อนไขสำคัญ คือ ภาครัฐจะต้องเป็นผู้นำในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน รวมทั้งสร้างความต่อเนื่องของนโยบายให้เกิดผลจริงในทางปฏิบัติตามกำหนดเวลาที่ประกาศไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต่างชาติจับตามอง โดยเฉพาะโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ที่ต้องให้เกิดขึ้นได้โดยเร็วในทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลดึงดูดภาคเอกชนให้เข้ามาลงทุน (Crowding-in Effect) และทำให้การลงทุนภาคเอกชนของไทยพลิกกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เศรษฐกิจไทยโตได้อย่างยั่งยืน 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน