posttoday
ขสมก.เปิดช่องรถเมล์เอ็นจีวีล็อตใหม่ผลิตในประเทศ

ขสมก.เปิดช่องรถเมล์เอ็นจีวีล็อตใหม่ผลิตในประเทศ

26 เมษายน 2560

ขสมก.เปิดช่องเอ็นจีวีล็อตใหม่ผลิตในประเทศ ด้านขนส่งเตรียมเรียกคืนทะเบียนรถเมล์เอ็นจีวี 292 คันหลังเลิกสัญญา

ขสมก.เปิดช่องเอ็นจีวีล็อตใหม่ผลิตในประเทศ ด้านขนส่งเตรียมเรียกคืนทะเบียนรถเมล์เอ็นจีวี 292 คันหลังเลิกสัญญา

นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม และรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ  (ขสมก.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบอร์ด ขสมก.ได้พิจารณาแนวทางจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน เพื่อให้สามารถจัดหารถเมล์ได้เร็วที่สุด จึงเตรียมปรับแก้ไขรายละเอียดทีโออาร์บางส่วนโดยเน้นเงื่อนไขและและร่างสัญญาเดิม ตามข้อสังเกตของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้จัดหารถเมล์ที่ผลิตในประเทศร่วมกับการสั่งซื้อรถเมล์จากต่างประเทศเพื่อให้สามารถส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรกก่อนภายในเดือนพ.ย.หรือปลายปีนี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาและปรับเร่งทีโออาร์เดิมประมาณ 2 เดือน โดยจะขยายเวลากำหนดการส่งมอบรถจากเดิมภายใน 90วันเป็น 150 วันเพื่อให้เวลากับรถที่จะต้องผลิตและประกอบภายในประเทศด้วย แต่ขอยืนยันว่าการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีรอบใหม่นี้ บริษัทเบสท์รินถูกตัดสิทธิ์ไม่สามารถเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้อย่างแน่นอน  ส่วนจะมีเอกชนรายอื่นหรือผู้ประกอบการที่ผลิตรถในประเทศเข้าร่วมกลุ่มกันเพื่อยื่นข้อเสนอประมูลก็สามารถทำ-ได้ เพราะยังเปิดกว้างให้กับทุกราย

"นโยบายรัฐบาลต้องการให้มีการส่งมอบรถภายในปีนี้ หรือภายใน พ.ย.2560 ตอนนี้ทีโออาร์และสัญญามีแล้ว  สเปครถก็พร้อม เหลือกำหนดรายละเอียดและกรอบการส่งมอบรถ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาร่างทีโออาร์ต้องกำหนดรายละเอียด ว่าให้นำเข้าทั้งส่วนหนึ่งและผลิตและประกอบภายในประเทศอีกส่วนหนึ่ง   ส่วนราคากลางยืนยันตามเดิมเหมาะสม  เพราะปัญหาที่ผ่านมาเกิดจากขั้นตอนการประมูลของเอกชน"นายสมศักดิ์กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการรายงานที่ประชุมบอร์ด ขสมก.เรื่องการบอกเลิกสัญญารถเมล์เอ็นจีวีนั้นได้ชี้แจงว่า บริษัทไม่สามารถส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวี 489 คันได้ภายในระยะเวลา 90 วันตามที่กำหนดไว้ในสัญญา อีกทั้งยังอยู่ในวิสัยที่ไม่สามารถส่งมอบรถเมล์ได้ ขสมก.จึงได้ทำหนังสือบอกเลิกสัญญาพร้อมแจ้งค่าเสียหายร่วมกับการทำหนังสือชี้แจงไปยังกระทรวงคมนาคมในกรณีที่บริษัทเบสท์รินและกลุ่มกิจการรวมค้าอีก 3 รายร่วมกันละทิ้งงาน ซึ่งขณะนี้ภาครัฐบาลได้ทำหนังสือขึ้นบัญชีดำเพื่อปิดกั้นการเข้าร่วมประมูลโครงการของรัฐบาลไปแล้ว

อย่างไรก็ตามภายหลังจากนี้จะขอความร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)ให้ดำเนินการเรียกคืนทะเบียนรถเมล์เอ็นจีวี 292 คันที่ได้ดำเนินการจดทะเบียนไปแล้ว ประกอบกับบอร์ดได้เสนอให้แต่งตั้งทนายความอิสระจากภายนอกเข้าร่วมในคณะทำงานพิจารณาข้อกฎหมายที่จะต้อสู้ในคดีหลังบอกเลิกสัญญากับบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด  เนื่องจากมีประเด็นที่จะต้องดำเนินการต่อในเรื่องของการต่อสู้คดี และกระบวนการฟ้องร้องต่างๆ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการจัดหารถเมล์ไฟฟ้า(EV) 200  วงเงิน 3,300 ล้านบาท ขณะนี้เตรียมสรุปผลการเปิดรับฟังประชาพิจารย์ครั้งที่ 2 ภายในเดือนนี้ ก่อนเปิดประมูลเพื่อส่งมอบรถเมล์ไฟฟ้าล็อตแรกในเดือนธ.ค.ตามกำหนด ส่วนล็อตต่อไปจะทยอยส่งมอบครั้งละ 50 คัน ในเดือน ก.พ.  เม.ย.และ มิ.ย. 2561  จนครบทั้งหมด 200 คัน นอกจากนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เสนอให้ขสมก.ปรับปรุงรถเมล์เก่าด้วยการใส่มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอีวี โดยจะดำเนินการให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเป็นโครงการนำร่องก่อนจำนวน 4 คัน

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบอร์ด ขสมก.ได้เห็นชอบให้เสนอขออนุมัติงบประมาณ 260 ล้านบาท เพื่อให้บริการเดินรถฟรีรับส่งเชื่อมต่อสถานีขนส่งทั้ง 3 แห่งตามนโยบายจัดระเบียบรถตู้ของรัฐบาลและนำไปใช้เป็นต้นทุนในการจัดรถชัตเติ้ลบัสรับส่งผู้โดยสารเพื่อไปร่วมพิธีพระบรมศพบริเวณสนามหลวงอีกด้วยซึ่งรัฐบาลจะรับผิดชอบในการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ให้ ขสมก.ต่อไป  โดยเป็นการให้บริกาตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. 2559 – 31 ต.ค.2560   นอกจากนี้บอร์ดยังได้สั่งให้กลับไปพิจาณณาแนวทางการติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเลกทรอนิกส์บนรถเมล์(E-Ticket)และกล่องหยอดเหรียญจ่ายค่าโดยสาร (Cash Box) โดยเฉพาะปัญหาผู้โดยสารที่ไม่มีบัตรและไม่ได้เตรียมค่าโดยสารพอดีอย่างไร เพื่อไม่ต้องมีพนักงานเก็บค่าโดยสาร

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน