
เขตเศรษฐกิจเมียวดีรุ่ง
เอกชนชี้เปิดเออีซีดันประชากรใหม่เมืองเมียวดีพุ่งกว่า 2 หมื่นรายในรอบ 2 ปี หนุนสินค้าอุปโภค-บริโภค/ท่องเที่ยวเพิ่มหลายเท่าตัวนายสุชาติ ตรีรัตน์วัฒนา ประธานที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก และนักธุรกิจรายใหญ่ในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า หลังจากเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก (อ.แม่สอด) และเขตเศรษฐกิจรวมทั้งเขตอุตสาหกรรมจังหวัดเมียวดี ทำให้มีนักธุรกิจและประชาชนชาวเมียนมาจากเมืองต่างๆ เช่น ผาอัน-กอกะเร็ก-เมืองเมาะละแหม่ง-ย่างกุ้ง ฯลฯ เข้ามาปักหลักพร้อมซื้อที่ดินหรือมาเช่าพื้นที่อยู่ในจังหวัดเมียวดี เพิ่มกว่า 1-2 หมื่นคนนอกจากนี้ ยังมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 ครอบครัว โดยมีประชากรชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเมียวดี มีกว่ามาก 4-5 หมื่นราย ตามสำมะโนประชากร ยังไม่รวมประชากรที่อยู่นอกการสำรวจ ที่ประกอบอาชีพต่างๆ ส่งผลให้เศรษฐกิจในจังหวัดเมียวดีสะพัดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งระบบการค้าขาย-การท่องเที่ยว และการกระจายรายได้สู่ชุมชนสำหรับพฤติกรรมชาวเมียวดีในปัจจุบัน มีแนวโน้มการสั่งซื้อสินค้า อาหารการกิน เครื่องอุปโภค-บริโภคเพิ่มสู
เอกชนชี้เปิดเออีซีดันประชากรใหม่เมืองเมียวดีพุ่งกว่า 2 หมื่นรายในรอบ 2 ปี หนุนสินค้าอุปโภค-บริโภค/ท่องเที่ยวเพิ่มหลายเท่าตัว
นายสุชาติ ตรีรัตน์วัฒนา ประธานที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก และนักธุรกิจรายใหญ่ในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า หลังจากเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก (อ.แม่สอด) และเขตเศรษฐกิจรวมทั้งเขตอุตสาหกรรมจังหวัดเมียวดี ทำให้มีนักธุรกิจและประชาชนชาวเมียนมาจากเมืองต่างๆ เช่น ผาอัน-กอกะเร็ก-เมืองเมาะละแหม่ง-ย่างกุ้ง ฯลฯ เข้ามาปักหลักพร้อมซื้อที่ดินหรือมาเช่าพื้นที่อยู่ในจังหวัดเมียวดี เพิ่มกว่า 1-2 หมื่นคน
นอกจากนี้ ยังมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 ครอบครัว โดยมีประชากรชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเมียวดี มีกว่ามาก 4-5 หมื่นราย ตามสำมะโนประชากร ยังไม่รวมประชากรที่อยู่นอกการสำรวจ ที่ประกอบอาชีพต่างๆ ส่งผลให้เศรษฐกิจในจังหวัดเมียวดีสะพัดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งระบบการค้าขาย-การท่องเที่ยว และการกระจายรายได้สู่ชุมชน
สำหรับพฤติกรรมชาวเมียวดีในปัจจุบัน มีแนวโน้มการสั่งซื้อสินค้า อาหารการกิน เครื่องอุปโภค-บริโภคเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงบริการและการท่องเที่ยวในเมียวดีที่คึกคักขึ้นมาก โดยชาวเมียนมามีการเตรียมตัวเข้ามาในจังหวัดเมียวดี เพื่อประกอบกิจการการค้า-การลงทุนด้านต่างๆ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดอย่างชัดเจน โดยมีปริมาณการค้าในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น 40-50% และห้างสรรพสินค้าใหญ่ใน อ.แม่สอด ที่มีมากกว่า 3 แห่ง ทั้งห้างโรบินสัน-โลตัส-แม็คโคร ซึ่งจะมีชาวเมียนมาเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าต่อเนื่องในทุกวัน
ขณะที่บริเวณท่าเรือขนส่งสินค้าริมแม่น้ำเมย บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา พรมแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ยังพบว่า กลุ่มพ่อค้าไทยมีการส่งออกสินค้าประเภทไข่จำนวนหลายแสนฟอง ทั้งไข่ไก่และไข่เป็ดไปยังประเทศเมียนมา ผ่านทางชายแดนจังหวัดเมียวดี โดยมีการขนส่งด้วยรถบรรทุกจำนวน 70-80 คันรถ หรือคิดเป็นกว่า 3.5-5 ล้านฟอง สร้างมูลค่าการค้าชายแดนนับ 10 ล้านบาทโดยนำไปถ่ายลำเลียงลงเรือหางยาวไปยังฝั่งเมียนมา ซึ่งขณะนี้เมียนมามีการสั่งซื้อไข่เพื่อนำไปทำอาหารและขนมปริมาณมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ รวมทั้งมีการส่งผ่านต่อไปยังประเทศอินเดียด้วย







