posttoday
เกียรตินาคินตั้งการ์ด เข้มปล่อยกู้อสังหาฯ

เกียรตินาคินตั้งการ์ด เข้มปล่อยกู้อสังหาฯ

25 เมษายน 2560

แบงก์เกียรตินาคินไม่พร้อมรุกเอสเอ็มอี-อสังหาฯ หลังเอ็นพีแอลยังไม่ลง ขอคัดลูกค้ามากขึ้นนายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน เปิดเผยว่า ปีนี้ธนาคารยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ ได้แก่ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพราะหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สิ้นไตรมาสแรก ที่ทรงตัวระดับ 5.6% ของสินเชื่อรวม ยังคงมาจากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 5,202 ล้านบาท สัดส่วนถึง 52.4% ของเอ็นพีแอลรวม และคิดเป็น 26.4% ของยอดสินเชื่อรวม ส่วนเอ็นพีแอลเอสเอ็มอี มีมูลค่า 1,469 ล้านบาท สัดส่วน 14.8% ของเอ็นพีแอลรวม และคิดเป็น 6.8% ของสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งนี้ การลดเอ็นพีแอลให้ต่ำลงนั้นค่อนข้างยาก เพราะส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน ไม่สามารถตัดหนี้สูญ (ไรท์ออฟ) ขายออกได้เหมือนอย่างสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ประกอบกับธนาคารมุ่งเน้นช่วยเหลือลูกค้าให้ฟื้นธุรกิจมากกว่าที่จะยึดหลักประกัน โดยใช้วิธีปรับโครงสร้างหนี้และบางรายใช้ตัดทรัพย์ชำระหนี้อย่างไรก็ตาม ธนาคารไม่ถึงกับหยุดปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ แต่

แบงก์เกียรตินาคินไม่พร้อมรุกเอสเอ็มอี-อสังหาฯ หลังเอ็นพีแอลยังไม่ลง ขอคัดลูกค้ามากขึ้น

นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน เปิดเผยว่า ปีนี้ธนาคารยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ ได้แก่ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพราะหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สิ้นไตรมาสแรก ที่ทรงตัวระดับ 5.6% ของสินเชื่อรวม ยังคงมาจากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 5,202 ล้านบาท สัดส่วนถึง 52.4% ของเอ็นพีแอลรวม และคิดเป็น 26.4% ของยอดสินเชื่อรวม ส่วนเอ็นพีแอลเอสเอ็มอี มีมูลค่า 1,469 ล้านบาท สัดส่วน 14.8% ของเอ็นพีแอลรวม และคิดเป็น 6.8% ของสินเชื่อเอสเอ็มอี

ทั้งนี้ การลดเอ็นพีแอลให้ต่ำลงนั้นค่อนข้างยาก เพราะส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน ไม่สามารถตัดหนี้สูญ (ไรท์ออฟ) ขายออกได้เหมือนอย่างสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ประกอบกับธนาคารมุ่งเน้นช่วยเหลือลูกค้าให้ฟื้นธุรกิจมากกว่าที่จะยึดหลักประกัน โดยใช้วิธีปรับโครงสร้างหนี้และบางรายใช้ตัดทรัพย์ชำระหนี้

อย่างไรก็ตาม ธนาคารไม่ถึงกับหยุดปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ แต่จะเลือกลูกค้ามากขึ้น เน้นดูศักยภาพและยอดขายของโครงการเป็นอันดับแรก พร้อมกับเลือกผู้ประกอบการ และทำเลดี โดยโครงการควรมียอดจอง (พรีเซล) ประมาณ 30-40% พยายามหลีกเลี่ยงแนวสูง จากปริมาณคอนโดมิเนียมรอขายในตลาดมีจำนวนมาก ส่วนแนวราบดูเป็นรายโครงการไป

“เอ็นพีแอลอสังหาฯ และเอสเอ็มอียังไม่ลง ส่วนหนึ่งเพราะปล่อยสินเชื่อไม่มาก บางรายก็ไม่อนุมัติให้ เพราะพิจารณาจากตลาด อย่างซัพพลายคอนโดมีเยอะมาก รายใหญ่เขาปรับตัวเก่ง แต่รายเล็กมักจะดันให้สำเร็จ” นายอภินันท์ กล่าว

สำหรับสินเชื่อรายใหญ่ยังเติบโตได้ดี ตามดีลที่เข้ามา เพราะธนาคารเด่นด้านวาณิชธนกิจ ส่วนใหญ่เป็นการสนับสนุนทางการเงินระยะสั้น(บริดจ์ไฟแนนซิ่ง) ก่อนที่ลูกค้าจะระดมทุนจากตลาดตราสาร ส่วนสินเชื่อเช่าซื้อเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น โดยสินเชื่อรถยนต์มือสองขยายตัวเป็นบวกแล้ว ส่วนสินเชื่อรถยนต์ใหม่ยังไม่บวก เพราะภาพรวมอุตสาหกรรมยังติดลบ โดยกลยุทธ์หลักในระยะต่อไป นอกเหนือจากกลับมาขยายสินเชื่อรถยนต์มือสองแล้ว ในรถยนต์ใหม่จะรักษาส่วนแบ่งตลาดด้วยการเลือกกลุ่มโต โดยเฉพาะเป็นพันธมิตรให้บริการสินเชื่อแก่รถยนต์ซูซูกิ ที่ได้น้ำแรกและพ่วงไปถึงประกันได้อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน