posttoday
เศรษฐกิจดี ไม่ได้อยู่ที่ส่งออก

เศรษฐกิจดี ไม่ได้อยู่ที่ส่งออก

25 เมษายน 2560

อัตราการขยายตัวของการส่งออกในไตรมาสแรกที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน แต่นักเศรษฐศาสตร์ก็ยังไม่มั่นใจ ปรากฏการณ์นี้จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นได้จากการส่งออกที่เติบโตขึ้นสูงสุดในรอบปีนี้พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจมหภาค ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) กล่าวว่า ถึงการส่งออก 3 เดือนแรกของปีนี้จะดี แต่ก็ไม่คิดว่าจะขยายตัวได้ 5% ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการไว้ เพราะเห็นว่ายังมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการที่ค่าเงินบาทผันผวนก็มีผลต่อการตั้งราคาขาย อาจทำให้กำไรน้อยลง “ปีนี้เราคาดว่าส่งออกจะโตได้ที่ 1.5-2% ใกล้เคียงกับที่เคยคาดไว้เดิมและใกล้เคียงกับที่อื่นๆที่มองด้วย เพราะเรายังไม่เห็นตัวที่จะมาขับเคลื่อนให้ส่งออกโตได้ที่ 5%” พชรพจน์ กล่าวพชรพจน์ กล่าวต่อว่า คาดว่าการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทจากนี้ไปน่าจะปรับแข็งค่าขึ้นได้อีกเล็กน้อย จากการที่ช่วงนี้เงินทุนยังไหลเข้ามาต่อเนื่อง ก่อนที่จะปรับอ่อนค่าลงในช่วงครึ่งปีหลัง ถ้าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีความชัดเจนเรื่องขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบ และทางยุโรปจะลดการทำคิวอีในช่วงไตรมาส 2 นี้ ซึ่งน่าจะช่วยชะลอกา

อัตราการขยายตัวของการส่งออกในไตรมาสแรกที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน แต่นักเศรษฐศาสตร์ก็ยังไม่มั่นใจ ปรากฏการณ์นี้จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นได้จากการส่งออกที่เติบโตขึ้นสูงสุดในรอบปีนี้

พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจมหภาค ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) กล่าวว่า ถึงการส่งออก 3 เดือนแรกของปีนี้จะดี แต่ก็ไม่คิดว่าจะขยายตัวได้ 5% ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการไว้ เพราะเห็นว่ายังมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการที่ค่าเงินบาทผันผวนก็มีผลต่อการตั้งราคาขาย อาจทำให้กำไรน้อยลง

“ปีนี้เราคาดว่าส่งออกจะโตได้ที่ 1.5-2% ใกล้เคียงกับที่เคยคาดไว้เดิมและใกล้เคียงกับที่อื่นๆที่มองด้วย เพราะเรายังไม่เห็นตัวที่จะมาขับเคลื่อนให้ส่งออกโตได้ที่ 5%” พชรพจน์ กล่าว

พชรพจน์ กล่าวต่อว่า คาดว่าการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทจากนี้ไปน่าจะปรับแข็งค่าขึ้นได้อีกเล็กน้อย จากการที่ช่วงนี้เงินทุนยังไหลเข้ามาต่อเนื่อง ก่อนที่จะปรับอ่อนค่าลงในช่วงครึ่งปีหลัง ถ้าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีความชัดเจนเรื่องขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบ และทางยุโรปจะลดการทำคิวอีในช่วงไตรมาส 2 นี้ ซึ่งน่าจะช่วยชะลอการไหลเข้ามาของเงินทุนต่างชาติ ดังนั้น เงินบาทน่าจะค่อยๆ อ่อนค่าลง

ทั้งนี้ ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา อัตราการว่างงานปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.3% ต่อกำลังแรงงานรวม สูงกว่าค่าเฉลี่ยของปีที่แล้วที่ 1% การว่างงานที่เพิ่มขึ้นเป็นแรงฉุดการบริโภคภาคเอกชนหรือกำลังซื้อในประเทศ เพราะกำลังซื้อของแรงงานจะได้รับผลกระทบหากการว่างงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

“การว่างงานที่เพิ่มขึ้นอาจดูขัดแย้งกับภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ต่อเนื่องบ้าง แต่สะท้อนว่าภาคเอกชนยังไม่ลงทุนเพิ่ม สาเหตุที่ภาคเอกชนยังไม่ลงทุน เพราะอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยยังไม่ได้ปรับสูงขึ้นกว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่ 57% บวกกับยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยในต่างประเทศ อาทิ นโยบายการกีดกันทาง การค้าของสหรัฐ การเลือกตั้งในยุโรป และเบร็กซิต” พชรพจน์ กล่าว

นอกจากนี้ ภาคเอกชนไทยนิยมไปหาโอกาสลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น นักลงทุนบางส่วนมีแนวโน้มที่จะหันไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) โดยในปี 2559 ที่ผ่านมาการลงทุนของไทยในต่างประเทศอยู่ที่ 2.9 ล้านล้านบาท สูงกว่าการลงทุนภาคเอกชนในประเทศที่ 2.55 ล้านล้านบาท

“แนวโน้มการลงทุนและการจ้างงานจะมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามดูมาตรการภาครัฐที่อาจจะออกมาเพิ่มเติม และประสิทธิภาพการใช้งบประมาณกลางปีของปี 2560 มูลค่า 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งการทำได้ดีก็จะทำให้ภาคเอกชนลงทุนตาม หรือการส่งออกถ้าโตดีขึ้นต่อเนื่อง ก็น่าจะทำให้เกิดการลงทุนเพิ่มได้ ส่วนโครงการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มองว่าไม่น่าจะช่วยให้เกิดการลงทุนในปีนี้ เพราะเป็นการเตรียมการเผื่ออนาคต ซึ่งถ้าบอกแผนให้ชัดและทำได้ตามแผนการลงทุนในระยะต่อไปก็น่าจะดีขึ้น” พชรพจน์ กล่าว

พชรพจน์ กล่าวอีกว่า ในปีนี้ไทยพาณิชย์ได้คงคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไว้ที่ 3.3% เพราะเศรษฐกิจไทยน่าจะได้อานิสงส์ที่ดีจากเศรษฐกิจโลกที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง และการฟื้นตัวของระดับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่จะส่งผลดีต่อรายได้ของผู้ส่งออกและเกษตรกรไทย ทำให้การบริโภคภาคเอกชนที่ซบเซามานานฟื้นตัวได้ดีขึ้น เห็นได้จากการบริโภคสินค้าคงทนดีขึ้น อย่างไรก็ดี การบริโภคเอกชนน่าจะฟื้นได้ชัดเจนในครึ่งปีหลัง เพราะได้รับผลดีจากหนี้ครัวเรือนที่ลดลง หนี้รถยนต์คันแรกที่หมดลงด้วย

ทั้งนี้ อีไอซีคาดการณ์จีดีพีที่ 3.3% ภายใต้สมมติฐานที่คาดว่าการบริโภคภาคเอกชนขยายที่ 3.1% รายได้เกษตรกรฟื้น การส่งออกฟื้น และภาระรายจ่ายของประชาชนลดลง การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 1.4% ซึ่งน่าจะฟื้นได้ตามการลงทุนภาคบริการและโครงการภาครัฐ ซึ่งโตไม่สูงเพราะกำลังการผลิตยังเหลือ การลงทุนภาครัฐขยายตัว 10.2% ตามการขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเท่าตัว การส่งออก 1.5% ตามการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าส่งออก ที่ราคาดีขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์และกำลังซื้อของโลกที่เริ่มฟื้นตัว และการท่องเที่ยวขยายตัว 8.4% ที่โตต่อเนื่อง

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน