
SCCเท382ล.ลุยกิจการอินโด ดันบรรจุภัณฑ์ทะลุล้านตัน
SCC เข้าซื้อกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษในประเทศอินโดนีเซีย 382 ล้าน ดันกำลังผลิตในอาเซียนพุ่งเป็นล้านตัน
โพสต์ทูเดย์ - SCC เข้าซื้อกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษในประเทศอินโดนีเซีย 382 ล้าน ดันกำลังผลิตในอาเซียนพุ่งเป็นล้านตัน
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย ว่า บริษัท กลุ่มสยามบรรจุภัณฑ์ (TCG) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในสัดส่วน 70:30% ระหว่างบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCC และ Rengo Company Limited ประเทศญี่ปุ่น ได้เข้าถือหุ้น 80% ใน PT Indocorr Packaging Cikarang หรือ Indocorr ซึ่งมีมูลค่ากิจการ 1,450 ล้านรูเปีย (ประมาณ 382 ล้านบาท)
Indocorr เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษ คุณภาพสูง โดยมีบริษัทข้ามชาติผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นลูกค้าหลัก ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวม 3.2 หมื่นตัน/ปี มีโรงงานตั้งอยู่ที่เขตการปกครอง Bekasi ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงจาการ์ต้าไปทางทิศตะวันออกประมาณ 50 กิโลเมตร โดยในปี 2559 Indocorr มียอดขายรวมประมาณ 480 ล้านบาท
ภายหลังการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว TCG จะมีกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษในอาเซียนรวมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1 ล้านตัน/ปี ต่อเนื่องมาจากการเข้าซื้อกิจการในประเทศอินโดนีเซีย ได้แก่ PT Primacorr Mandiri เมื่อเดือน ก.ย. 2556 และ PT Indoris Printingdo เมื่อเดือน ธ.ค. 2557 ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของเอสซีจี แพคเกจจิ้ง ที่จะตอบสนองความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ของตลาดในอินโดนีเซียที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่า SCC ไตรมาสแรกปีนี้จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.33 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% จากไตรมาส 4 ปี 2559 แต่ลดลง 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากยอดขายที่คาดว่าจะโตถึง 15.1% จากการที่โรงงาน ROC กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งหลังจากที่ปิดซ่อมบำรุงไปในช่วงต้นเดือน พ.ย. โรงงานผลิตกระดาษ Vina Kraft ในเวียดนามเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์อีก 2.43 แสนตัน และความต้องการปูนซีเมนต์ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสแรก
ทั้งนี้ ในขณะที่อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA margin) น่าจะลดลงเหลือ 19.2% ในไตรมาสแรก จาก 19.7% ในไตรมาส 4 ปี 2559 เนื่องจากราคานาฟทา ที่ขยับขึ้นและรายได้อื่นที่คาดจะลดลง 48.0% จากไตรมาส 4 ปี 2559 กำไรที่คาดว่าจะลดลงมาจากการที่บริษัทเริ่มบันทึกค่าเสื่อมราคาของโรงปูนในเมียนมา ซึ่งเพิ่งเปิดในเดือน ม.ค. และโรงปูนในลาวที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือน มี.ค.







