posttoday
BAY-KKPโตโดดเด่น

BAY-KKPโตโดดเด่น

22 เมษายน 2560

กรุงศรีสินเชื่อขยายสำรองลดคาดปีนี้สินเชื่อโต6-8%รัฐใช้จ่าย

กรุงศรีสินเชื่อขยายสำรองลดคาดปีนี้สินเชื่อโต6-8%รัฐใช้จ่าย

โพสต์ทูเดย์ - BAY-KKP ไตรมาสแรกกำไรโตดีกว่ากลุ่มที่ขยายตัว 8.6% BAY โต 9.6% KKP โต 38%

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) และธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) แจ้งกำไรไตรมาสแรกเติบโตโดดเด่นกว่ากลุ่มธนาคาร 12 แห่งที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงกำไรไตรมาสแรกปี 2560 ที่มีกำไรสุทธิ 51,969 ล้านบาท เติบโต 8.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ BAY รายงานผลกำไรสุทธิไตรมาส 1/2560 ที่ 5,650 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านฤดูกาลของการชำระคืนเงินให้สินเชื่อ ทั้งนี้การขยายตัวมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย

นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAY กล่าวว่า กำไรสุทธิมาจากการขยายสินทรัพย์ ลดต้นทุนทางการเงินและเพิ่มรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ผลการดำเนินงานมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการดำเนินงานและการลดลงของเงินสำรอง สะท้อนความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่งของกรุงศรีและพอร์ตสินเชื่อที่สมดุล

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มธุรกิจในปี 2560 คาดว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาสแรกจะดำเนินต่อไปในทิศทางบวก จากการเร่งการใช้จ่ายของภาครัฐ ภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตแข็งแกร่ง และแนวโน้มการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ภาคการบริโภคจะขยายตัวโดยได้รับอานิสงส์จากราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้นและหนี้ครัวเรือนที่ลดลง ดังนั้นจึงยังคงคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ 3.3% ซึ่งจะส่งผลสนับสนุนต่อการขยายตัวของสินเชื่ออย่างครอบคลุมที่ 6-8% ในปีนี้

ด้านธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2560 มีกำไรสุทธิ 1,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินเชื่อของธนาคารขยายตัวที่ 1.3% จากสิ้นปี 2559 โดยสินเชื่อของธนาคารที่มีการขยายตัว ได้แก่ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยขยายตัวที่ 42.0% สินเชื่อ Micro SMEs ซึ่งรวมสินเชื่อ KK SME รถคูณ 3 ขยายตัวที่ 22.1% สินเชื่อบุคคลขยายตัวที่ 11.7% สินเชื่อบรรษัทขยายตัว 29.6% สินเชื่อ Lombard ขยายตัวที่ 7.9%

ในขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อหดตัว 2.5% จากสิ้นปี 2559 ในด้านคุณภาพของสินเชื่อ ปริมาณสินเชื่อด้อยคุณภาพรวมลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2559 โดยสินเชื่อด้อยคุณภาพทั้งในส่วนของสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่อเช่าซื้อยังคงมีการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม ณ สิ้นไตรมาส 1/2560 อยู่ที่ 5.6% อยู่ในระดับเดียวกับ ณ สิ้นปี 2559

บล.ภัทร มีส่วนแบ่งตลาด ไม่รวมบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทอยู่ที่ 4.51% ลดลงจาก 4.81% ในปี 2559 ซึ่งเป็นอันดับที่ 6 จากจำนวนบริษัทหุ้นทั้งหมด 36 แห่ง ด้านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ภัทร มีทรัพย์สินภายใต้การจัดการของกองทุน 47,027 ล้านบาท

นอกจากนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2560 ยอดสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและค่าเผื่อการปรับมูลค่าจากการปรับโครงสร้างหนี้ 10,913 ล้านบาท โดยมียอดสำรองทั่วไปทั้งสิ้น 4,500 ล้านบาท อัตราส่วนสำรองทั้งสิ้นต่อสำรองตามเกณฑ์เท่ากับ 188.1% เปรียบเทียบกับ 166.7% ณ สิ้นไตรมาส 1/2559 และมีอัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพเท่ากับ 110.0% เพิ่มขึ้นจาก 97.2% ณ สิ้นไตรมาส 1/2559

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน