
Over The Top ความท้าทายในการกำกับดูแล
โดย...พสุ ศรีหิรัญOver The Top (OTT) หรือการให้บริการภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นบริการที่เพิ่งเกิดมาไม่นาน แต่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และสร้างผลกระทบเชิงโครงสร้างในการกำกับดูแล เนื่องจากเป็นบริการที่มีความเกี่ยวเนื่องระหว่างบริการโทรคมนาคมกับบริการโทรทัศน์ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องท้าทายต่อหน่วยงานกำกับดูแล ว่าจะใช้ชุดความคิดใดในการกำกับ OTTหากพิจารณาจากบริบทการให้บริการโทรคมนาคมแล้ว OTT ถือว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทหนึ่ง เช่นเดียวกับข้อมูลข่าวสารมหาศาลอื่นๆ ที่ไหลเวียนในโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งได้รับความคุ้มครองเรื่องสิทธิเสรีภาพในการสื่อสาร ดังนั้นการกำกับดูแลเนื้อหาของข้อมูลข่าวสารในโครงข่ายอินเทอร์เน็ต จึงอาจจะเข้าข่ายการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของการสื่อสารของประชาชนได้หากพิจารณาจากบริบทการให้บริการโทรทัศน์แล้ว OTT คือ การให้บริการภาพและเสียงไปสู่ผู้คนในวงกว้าง โดยมีเป้าหมายเพื่อสื่อสารกับกลุ่มคนมากกว่าตัวบุคคล จึงอาจถือได้ว่าเป็นการให้บริการโทรทัศน์อย่างหนึ่ง ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องกำกับดูแลเพื่อป้องกันมิให้กระทบกับสังคมในวงกว้างการเกิดขึ้นของบริการ OTT ยังกระทบต่อการแข่งขันในกิจการโทรทัศน์โดยตรง
โดย...พสุ ศรีหิรัญ
Over The Top (OTT) หรือการให้บริการภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นบริการที่เพิ่งเกิดมาไม่นาน แต่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และสร้างผลกระทบเชิงโครงสร้างในการกำกับดูแล เนื่องจากเป็นบริการที่มีความเกี่ยวเนื่องระหว่างบริการโทรคมนาคมกับบริการโทรทัศน์ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องท้าทายต่อหน่วยงานกำกับดูแล
ว่าจะใช้ชุดความคิดใดในการกำกับ OTT
หากพิจารณาจากบริบทการให้บริการโทรคมนาคมแล้ว OTT ถือว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทหนึ่ง เช่นเดียวกับข้อมูลข่าวสารมหาศาลอื่นๆ ที่ไหลเวียนในโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งได้รับความคุ้มครองเรื่องสิทธิเสรีภาพในการสื่อสาร ดังนั้นการกำกับดูแลเนื้อหาของข้อมูลข่าวสารในโครงข่ายอินเทอร์เน็ต จึงอาจจะเข้าข่ายการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของการสื่อสารของประชาชนได้
หากพิจารณาจากบริบทการให้บริการโทรทัศน์แล้ว OTT คือ การให้บริการภาพและเสียงไปสู่ผู้คนในวงกว้าง โดยมีเป้าหมายเพื่อสื่อสารกับกลุ่มคนมากกว่าตัวบุคคล จึงอาจถือได้ว่าเป็นการให้บริการโทรทัศน์อย่างหนึ่ง ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องกำกับดูแลเพื่อป้องกันมิให้กระทบกับสังคมในวงกว้าง
การเกิดขึ้นของบริการ OTT ยังกระทบต่อการแข่งขันในกิจการโทรทัศน์โดยตรง เพราะกลุ่มเป้าหมายของบริการ OTT คือ กลุ่มเดียวกับกลุ่มเป้าหมายของบริการโทรทัศน์ ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินถูกถ่ายโอนจากบริการโทรทัศน์ไปสู่ผู้ให้บริการ OTT
ผู้ประกอบการกิจการโทรทัศน์ในทุกประเทศต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งมีภาระค่าใช้จ่ายภาษีและต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของการรับใบอนุญาต แต่ในขณะที่บริการ OTT กลับไม่มีภาระค่าใช้จ่ายภาษีและไม่มีข้อจำกัดใดๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเวลาโฆษณา ผังรายการ และความเหมาะสมของเนื้อหารายการ จึงอาจมองได้ว่า เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างบริการโทรทัศน์ กับบริการ OTT ทั้งๆ ที่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน และมีแหล่งรายได้แหล่งเดียวกัน แต่บริการโทรทัศน์กลับมีภาระและอยู่ภายใต้กรอบการกำกับดูแลมากมาย แต่บริการ OTT กลับไม่ต้องแบกรับภาระใดๆ
บริการ OTT ยังกระทบต่อบริการโทรคมนาคมด้วย เนื่องจากบริการ OTT ก็คือ การให้บริการภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต ที่ต้องใช้ทรัพยากรโครงข่ายโทรคมนาคม (Bandwidth) เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตประเภทอื่นๆ ลดลง นั่นหมายความว่า หากผู้ประกอบการโทรคมนาคมต้องการจะรักษาประสิทธิภาพการเข้าบริการอินเทอร์เน็ตเท่าเดิม ก็จำเป็นที่จะต้องลงทุนขยายโครงข่ายเพื่อรองรับการเกิดขึ้นของบริการ OTT
แต่อย่างไรก็ดี รายได้ที่เกิดจากบริการ OTT กลับไม่ใช่รายได้ของผู้ประกอบการโทรคมนาคม เพราะผู้บริโภคจ่ายค่าบริการเพื่อใช้บริการ OTT ให้กับผู้ให้บริการ OTT ไม่ใช่ผู้ประกอบการโทรคมนาคม ซึ่งผู้ประกอบการโทรคมนาคมได้รับเพียงค่าใช้บริการอินเทอร์เน็ตที่ผู้บริโภคจ่ายต่อเดือนเท่าเดิม ในแง่นี้การลงทุนของผู้ประกอบการโทรคมนาคมจึงเหมือนเป็นการลงทุนเพื่อให้คนอื่นมีรายได้
ปัจจุบันบริการ OTT เป็นความท้าทายของหน่วยงานกำกับดูแลว่าจะเข้าไปกำกับดูแล OTT หรือไม่ และหากเข้าไปจะเข้าไปในบริบทใด เพราะในบางบริบท OTT อาจจะตีความว่าเป็นบริการโทรทัศน์อย่างหนึ่ง แต่ในบางบริบทก็ไม่อาจจะตีความให้เข้าข่ายว่าเป็นบริการโทรทัศน์ได้ แต่เป็นเพียงบริการโทรคมนาคมที่เน้นสื่อสารระหว่างบุคคลเป็นหลัก การกำหนดนิยามและขอบเขต จึงมีความสำคัญต่อบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแลต่ออนาคตของบริการ OTT เป็นอย่างยิ่ง







