
ดันไทยน่าลงทุน อันดับ2อาเซียน
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จัดสัมมนา “การปฏิรูปภาครัฐเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ” โดยมี วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานวิษณุ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการประเมินและจัดอันดับประเทศไทยในด้านต่างๆ จากหน่วยงานภายนอกโดยเฉพาะในการจัดอันดับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (Ease doing business) ของธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งถือเป็นดัชนีสำคัญที่ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในอาเซียนให้ความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของนักลงทุนจากทั่วโลกที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศต่างๆปัจจุบันประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ที่ 46 จาก 190 ประเทศ เป็นอันดับ 9 ของเอเชีย และเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย“เราตั้งเป้าหมายที่จะขยับอันดับ Ease of doing business ให้แซงหน้ามาเลเซียหรือขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 2 ของอาเซียนภายในปี 2563” รองนายกฯ กล่าวสำหรับการแก้ปัญหาและปรับปรุงการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้หารือกับธนาคารโลกมาโดยตลอด เพื่อรับทราบแนวทาง และคำแนะนำที่ควรแก้ไขปรับปรุง ซึ่งแนวทางการยกระดับการอำนวยความสะดวกที่ดีขึ้นของไทยที่ได้ด
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จัดสัมมนา “การปฏิรูปภาครัฐเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ” โดยมี วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
วิษณุ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการประเมินและจัดอันดับประเทศไทยในด้านต่างๆ จากหน่วยงานภายนอกโดยเฉพาะในการจัดอันดับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (Ease doing business) ของธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งถือเป็นดัชนีสำคัญที่ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในอาเซียนให้ความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของนักลงทุนจากทั่วโลกที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศต่างๆ
ปัจจุบันประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ที่ 46 จาก 190 ประเทศ เป็นอันดับ 9 ของเอเชีย และเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย
“เราตั้งเป้าหมายที่จะขยับอันดับ Ease of doing business ให้แซงหน้ามาเลเซียหรือขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 2 ของอาเซียนภายในปี 2563” รองนายกฯ กล่าว
สำหรับการแก้ปัญหาและปรับปรุงการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้หารือกับธนาคารโลกมาโดยตลอด เพื่อรับทราบแนวทาง และคำแนะนำที่ควรแก้ไขปรับปรุง ซึ่งแนวทางการยกระดับการอำนวยความสะดวกที่ดีขึ้นของไทยที่ได้ดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่
1.การออก พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ และ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตทางราชการ พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดระยะเวลา ขั้นตอน และเอกสารในการขออนุญาตจากทางราชการในทุกหน่วยงานเอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งทำให้สามารถลดขั้นตอน ต้นทุนและระยะเวลาในการประกอบธุรกิจได้
2.ในการประเมินของธนาคารโลกซึ่งจะมีขึ้นในเดือน พ.ค.นี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างผลักดันกฎหมายสำคัญตามคำแนะนำของธนาคารโลกเพิ่มเติมอีก 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชกฤษฎีกาการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นขอใบอนุญาต พ.ศ.... ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงต้นเดือน พ.ค.นี้ และเมื่อผ่าน ครม.จะสามารถมีผลบังคับใช้ได้ทันทีเนื่องจากเป็นกฎหมายลูกตามมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตทางราชการ พ.ศ. 2558
3.การสร้างความเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนการค้า การลงทุน และการอำนวยความสะดวกให้กับภาคธุรกิจ โดยพยายามทำให้การเชื่อมโยงธุรกรรมระหว่างภาครัฐกับเอกชนในด้านต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดตั้งแต่การจดทะเบียนนิติบุคคล การขออนุญาตติดตั้งระบบน้ำประปา ไฟฟ้า และประกันสังคม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการประเมินของธนาคารโลก
4.การลดข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตทางราชการ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของกฎหมายในมาตรา 77 ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งกำหนดให้รัฐพึงออกกฎหมายเท่าที่จำเป็น
“การประเมินความสะดวกในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลกถือว่าเป็นการประเมินที่มีนัยและอคติทางการเมืองน้อยที่สุด และมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนทั่วโลกหลายล้านคนที่จะนำข้อมูลนี้ไปตัดสินใจในการลงทุนในประเทศต่างๆ ซึ่งเป้าหมายของเราขณะนี้คือทำอันดับให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และภายในปี 2562-2563 คาดหวังว่าจะแซงมาเลเซียขึ้นเป็นอันดับสองของอาเซียนให้ได้ ” วิษณุ กล่าว
ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการ ก.พ.ร. กล่าวว่า การอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของประเทศไทย ตามการประเมินของธนาคารโลกในปีที่ผ่านมา เน้นเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจให้เพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากเปิดตัวการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์อย่างครบวงจร (E-registration) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทำให้สามารถเริ่มต้นการประกอบธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ได้ในจุดเดียวและเชื่อมโยงระบบจองชื่อบริษัทกับระบบการจดทะเบียนไว้ด้วยกัน ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลหนังสือรับรองนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ส่งต่อไปยังหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กรมที่ดิน ที่จะทำให้สามารถจดทะเบียนทรัพย์สินต่อไป
ล่าสุด ก.พ.ร.ได้ร่วมกับ สรอ.พัฒนาและเชื่อมโยงข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจโดยจัดทำเป็น Doing business Portal (BIZ Portal) ที่เชื่อมโยงระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่จำเป็นของภาครัฐที่จำเป็นกับการจัดทำธุรกิจเพื่อให้เป็นจุดบริการแบบครบวงจรที่สามารถให้บริการได้ทุกที่ทุกเวลา







