posttoday
พิษเบี้ยวหนี้ กด "ไฮยิลด์บอนด์" วูบ4แสนล้าน

พิษเบี้ยวหนี้ กด "ไฮยิลด์บอนด์" วูบ4แสนล้าน

20 เมษายน 2560

ไตรมาสแรกกลุ่มไฮยิลด์บอนด์ทั้งในและต่างประเทศ เอ็นเอวี ลดลงอย่างน่าใจหาย

โดย...พูลศรี เจริญ

ความกังวลของนักลงทุนทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลกระทบอุตสาหกรรมกองทุนรวม บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยไตรมาสแรกปี 2560 มีเงินไหลเข้ากองทุนรวมสุทธิเพียง 4.26 หมื่นล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 72.53% แต่ภาพรวมของอุตสาหกรรมก็ยังโตอยู่ที่ 2.06% นับจากสิ้นปี 2559 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (เอ็นเอวี) อยู่ที่ 4.74 ล้านล้านบาท

“อุตสาหกรรมกองทุนรวมไตรมาสแรกซบเซา ส่วนหนึ่งเพราะความกังวลต่อเนื่องของนักลงทุนจากการผิดนัดชำระหนี้ของตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง หรือไฮยิลด์บอนด์” กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุนอาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) สะท้อนให้ฟังถึงผลลบของการผิดนัดชำระหนี้ไฮยิลด์บอนด์ 

นอกจากนี้ สถานการณ์หุ้นไทยที่ผันผวน ปัจจัยภายนอกทั้งเรื่องธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย การเลือกตั้งของหลายประเทศใหญ่ในยุโรป และล่าสุดความกังวลสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนรวมทั้งย้ายเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่ผันผวนต่ำต่อเนื่อง

กิตติคุณ กล่าวว่า ประเภทกองทุนที่ได้รับความนิยมจากผู้ลงทุนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยที่กองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ แบบกำหนดระยะเวลา หรือเทอมฟันด์ และกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เป็นผลมาจากปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ของไฮยิลด์บอนด์ ที่ยังมีต่อเนื่อง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้ตัดสินใจไม่ลงทุนต่อในตราสารหนี้กลุ่มดังกล่าวแล้วหันมาลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพสูงขึ้นและมีระยะเวลาสั้นลงแทน

“ไตรมาสแรกกลุ่มไฮยิลด์บอนด์ทั้งในและต่างประเทศ เอ็นเอวี ลดลงอย่างน่าใจหายเหลือรวมกันแค่ประมาณ 1.26 แสนล้านบาท จากที่เคยสูงสุดถึงกว่า 5.2 แสนบาท เมื่อกลางปี 2558 หรือหายไปเฉียด 4 แสนล้านบาท”

กิตติคุณ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบไปถึงบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือ บลจ.หลายราย ที่เน้นการออกกองทุนไฮยิลด์บอนด์เป็นพิเศษ ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากโดยที่บางบลจ.ยอดเงินภายใต้การบริหารลดลงไปกว่า 80%

โดยหากมองไปยัง 5 อันดับกลุ่มกองทุนที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดในไตรมาสแรกนี้ จะสังเกตได้ว่าทั้งหมดเป็นกลุ่มกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลางทั้งสิ้น สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังกังวลต่อสถานการณ์การลงทุนอยู่มาก

ข้อมูลจากมอร์นิ่งสตาร์เปิดเผยถึงการลงทุนในกลุ่มกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศไม่รวมเทอมฟันด์ ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง โดยไตรมาสแรกมีกองทุนเปิดใหม่ 19 กองทุนเอ็นเอวีโตจากปลายปีที่แล้ว 15.16% และมีเงินไหลเข้าสุทธิทั้งกลุ่มกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้กลุ่มนี้มีเอ็นเอวีรวม 4.6 แสนล้านบาท

เม็ดเงินไหลเข้าสุทธิในกลุ่มกองทุนต่างประเทศ ไม่รวมเทอมฟันด์ ยังคงไหลไปที่ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่ม Global Bond และกลุ่ม Global Allocation ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท และ 2.5 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ ในขณะที่นักลงทุนบางส่วนก็ใช้โอกาสปรับพอร์ตทำกำไรและลดความเสี่ยงลงจากกลุ่มหุ้นต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมเฮลท์แคร์ หุ้นยุโรป หุ้นจีน หุ้นญี่ปุ่น และหุ้นเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่น) 

ขณะที่กองทุนหุ้นไทย (ไม่นับรวม LTF และ RMF) กลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เงียบไปกว่า 2 ปี โดยไตรมาสแรกปีนี้มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิ 1.1 หมื่นล้านบาท (สูงสุดในรอบ 2 ปี) แบ่งเป็นเข้ากองทุนหุ้นไทยขนาดใหญ่ 5,756 ล้านบาท และกองทุนหุ้นไทยขนาดกลางและเล็ก 4,935 ล้านบาท

ปิดท้ายที่การตั้งข้อสังเกตของมอร์นิ่งสตาร์ต่อการลงทุนในกลุ่มกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (ไม่รวมเทอมฟันด์) ส่วนใหญ่กว่า 82% ของเอ็นเอวี 3.7 แสนล้านบาทนั้น บลจ.บ้านเราจะนำเงินไปลงทุนต่อในกองทุนต่างประเทศ นั่นก็คือมีการทุนผ่านกองทุนหลัก (Master Fund) เพียงกองเดียว และพบว่าไตรมาสแรกกองทุนไทยได้มีการติดต่อลงทุนผ่าน บลจ.ชั้นนำของโลกกว่า 40 บริษัท โดย บลจ.ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ PIMCO, JP Morgan, Deutsche, State Street และ BlackRock เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน