posttoday
ผวาสกัดบาทแข็ง

ผวาสกัดบาทแข็ง

10 กันยายน 2553

หึ่ง!ธปท.ออกใบสั่งคุมเงินนอกต่างชาติกลับลำช้อน2พันล้านต่างชาติกลับลำช้อนหุ้น 2,341 ล้านบาท หลังเงินบาทแข็งปั๋งรอบ 13 ปี ข่าวลือว่อนในตลาด ธปท.ใกล้ออกมาตรการคุมเงินไหลออก หวั่นกระทบบรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นตามดัชนีดาวโจนส์ที่บวกกว่า 40 จุด หลังคลายความกังวลวิกฤตหนี้สาธารณะของประเทศในยุโรป ส่วนตลาดหุ้นไทยยังยืนไม่อยู่ สวิงขึ้นลงวันเดียว 12.64 จุด มาปิดที่ระดับ 921.49 จุด ลดลง 2.39 จุด มูลค่าการซื้อขายบางตา 37,587 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติที่ขายหุ้นออกมาสองวันติดต่อกัน เริ่มกลับมาซื้อวันแรกมากถึง 2,341 ล้านบาท สถาบันขายต่อ 655 ล้านบาท ส่วนรายย่อยได้โอกาสขายของ 2,055 ล้านบาทบริษัทศูนย์วิจัย กสิกรไทย เปิดเผยว่า วันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา เงินบาททุบสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 13 ปี โดยมายืนใกล้ระดับ 30.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สอดคล้องกับทิศทางการแข็งค่าของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค  ทั้งนี้ คงต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวจากทางการ หลังจากที่นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ให้แนวทางกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า สามารถพิจารณาใช้มาตรการดูแลเงินทุนไหลเข้าออกได้หากมีความจำเป็น  มาร์เก็ตติง กล่าวว่า

หึ่ง!ธปท.ออกใบสั่งคุมเงินนอกต่างชาติกลับลำช้อน2พันล้าน

ต่างชาติกลับลำช้อนหุ้น 2,341 ล้านบาท หลังเงินบาทแข็งปั๋งรอบ 13 ปี ข่าวลือว่อนในตลาด ธปท.ใกล้ออกมาตรการคุมเงินไหลออก หวั่นกระทบบรรยากาศการลงทุน

ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นตามดัชนีดาวโจนส์ที่บวกกว่า 40 จุด หลังคลายความกังวลวิกฤตหนี้สาธารณะของประเทศในยุโรป ส่วนตลาดหุ้นไทยยังยืนไม่อยู่ สวิงขึ้นลงวันเดียว 12.64 จุด มาปิดที่ระดับ 921.49 จุด ลดลง 2.39 จุด มูลค่าการซื้อขายบางตา 37,587 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติที่ขายหุ้นออกมาสองวันติดต่อกัน เริ่มกลับมาซื้อวันแรกมากถึง 2,341 ล้านบาท สถาบันขายต่อ 655 ล้านบาท ส่วนรายย่อยได้โอกาสขายของ 2,055 ล้านบาท

บริษัทศูนย์วิจัย กสิกรไทย เปิดเผยว่า วันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา เงินบาททุบสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 13 ปี โดยมายืนใกล้ระดับ 30.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สอดคล้องกับทิศทางการแข็งค่าของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค

 ทั้งนี้ คงต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวจากทางการ หลังจากที่นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ให้แนวทางกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า สามารถพิจารณาใช้มาตรการดูแลเงินทุนไหลเข้าออกได้หากมีความจำเป็น

  มาร์เก็ตติง กล่าวว่า เรื่อง ธปท. จะออกมาตร การมาควบคุมหรือดูแลเงินลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อลดการแข็งค่าของเงินบาทนั้น ในตลาดหุ้นมีข่าวพูดกันหนาหูในสัปดาห์นี้ ซึ่งหากออกมาจริง และไม่จำเป็นต้องเป็นมาตรการรุนแรงถึงขนาดวางหลักประกัน 30% ของเงินทุนเหมือนที่ผ่านมา ก็จะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้น เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติไม่ชอบมาตรการอะไรที่อออกมาแล้วเป็นอุปสรรค หรือลดความคล่องตัวในการนำเงินเข้าออก

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในช่วงนี้นักลงทุนต่างชาติและสถาบันเลือกขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับมาบตาพุด โดยเฉพาะหุ้นบริษัท ปตท. (PTT) และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เพราะราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมาแรงมาก ขณะเดียวกันได้มีแรงขายหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ จากความกังวลเรื่องการลดค่าธรรมเนียมตามคำสั่งของ ธปท. และหันไปให้ความสนใจกับหุ้นบริษัท บ้านปู (BANPU)
“หุ้นแบงก์ใหญ่ที่ลงมาเป็นโอกาสในการเลือกซื้อ เพราะการลดค่าธรรมเนียมจะมีผลกระทบต่อกำไรไม่มากนัก ขณะที่รายได้อื่น โดยเฉพาะสินเชื่อยังขยายตัวได้ดี ส่วนหุ้น ปตท. ก็มีแรงรับ คาดไม่น่าลงไปต่ำกว่า 280 บาท” แหล่งข่าวเปิดเผย

 นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติที่ขายหุ้นออกมา 2 วันติดต่อกัน (78 ก.ย.) ยังถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากดัชนีหลุดลงไปต่ำกว่าระดับ 918 จุด จะถือเป็นสัญญาณขาย และมีโอกาสลงไปถึง 900 และ 880 จุดตามลำดับ

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ KEST กล่าวว่า ยังเชื่อมั่นการลงทุนในภูมิภาคเอเชียดูดีกว่าทางยุโรป และคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตประมาณ 78% ได้ อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้สูงที่ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นตามภูมิภาค และมองว่าเงินในระบบยังมีอยู่ค่อนข้างสูงเพราะอัตราดอกเบี้ยไม่น่าจะขยับขึ้นได้มากนัก

“ผมมั่นใจว่าภาวะการเกิดฟองสบู่หรือลูกโป่งในตลาดหุ้นเหมือนอดีตก็เป็นไปได้ยาก เนื่องจากตอนที่ดัชนีขึ้นไปถึง 1,700 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) อยู่ที่ 3.5 ล้านล้านบาท มีการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จินโลน) ทั้งระบบถึง 1.2 แสนล้านบาท แต่ปัจจุบันมาร์จินโลนทั้งระบบอยู่เพียง 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมาก เทียบกับมาร์เก็ตแคปตอนนี้ที่ 7 ล้านล้านบาท” นายมนตรี กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน