posttoday
GUNKUL-PSTC เด่น หุ้นพลังงานทางเลือก

GUNKUL-PSTC เด่น หุ้นพลังงานทางเลือก

17 เมษายน 2560

ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ฉบับล่าสุดปี 2558-2579 (PDP2015)

โดย...บล.เอเซีย พลัส

ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ฉบับล่าสุดปี 2558-2579 (PDP2015) ที่ 1.96 หมื่นเมกะวัตต์ ซึ่งล่าสุดในเดือน ก.พ. 2560 ยังคงเหลือกำลังการผลิตที่ยังไม่มีสัญญาซื้อขายอีกราว 1.1 หมื่นเมกะวัตต์จึงยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ประกอบการภาคเอกชนที่เตรียมขยายการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า

ยังคงคาดการณ์เปิดประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจะค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าจะเร่งให้มีการก่อสร้างให้เสร็จเพียงในระยะอันใกล้ เนื่องจากมีโครงการที่ผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้วและยังไม่ผลิตเชิงพาณิชย์ แต่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้วรวม 8,300 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 44% ของแผน AEDP2558 ที่ 1.96 หมื่นเมกะวัตต์ ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวอีก 20 ปีข้างหน้า

อีกทั้งมีข้อจำกัดเรื่องของสายส่งไฟฟ้าทำให้ต้องรอการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าควบคู่ไปด้วย อีกทั้งความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยรวมของประเทศในภาพใหญ่ พบว่ายังมีอัตราการเติบโตที่ชะลอตัว ส่งผลให้ปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศในปัจจุบันอยู่ในระดับค่อนข้างสูงกว่า 25% จากระดับปกติที่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 15%

ทั้งนี้ ในส่วนของแผนการเปิดประมูลในระยะสั้น อาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งล่าสุดทางคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีการประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบใหม่ Feed-in-Tariff (FiT) สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กแบบ SPP Hybrid Firm จำนวน 300 เมกะวัตต์ และผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมากแบบ VSPP Semi-Firm จำนวน 289 เมกะวัตต์ รวมถึงจะมีการประกาศประมูลโครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐสำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) จำนวน 53 เมกะวัตต์

โครงการทั้งหมดข้างต้นคาดว่าจะประกาศรับซื้อได้ในช่วงปลายปี 2560 โดยในส่วนของการประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการ SPP Hybrid Firm ถือเป็นรูปแบบใหม่ในการเปิดประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในประเทศ ซึ่งได้มีการกำหนดเงื่อนไขไว้ว่าสามารถใช้เชื้อเพลิงมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ประเภท และสามารถใช้ระบบกักเก็บพลังงานร่วมได้ โดยที่ต้องเป็นสัญญาประเภท Firm กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เท่านั้น (คือเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า 100% ในช่วงสูงสุด และในช่วงไม่ใช่ช่วงสูงสุด ไม่เกิน 65%) โดยการรับซื้อไฟฟ้าจะเป็นไปในลักษณะการแข่งขันด้านราคา ใช้อัตรา FiT 3.66 บาท/หน่วย ในทุกประเภทเชื้อเพลิง โดยกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ภายในปี 2563

สำหรับโครงการ VSPP Semi-Firm ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ว่าสามารถใช้เชื้อเพลิงชีวมวล ก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย/พืชพลังงาน) และสามารถใช้ระบบกักเก็บพลังงานร่วมได้ โดยที่ต้องเป็นสัญญา Firm จำนวน 6 เดือน โดยจะต้องครอบคลุมเดือนที่คาดว่าจะมีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 4 เดือน (มี.ค.-มิ.ย.) และ 6 เดือนที่เหลือจะเป็นสัญญา Non-Firm โดยเป็นการรับซื้อไฟฟ้าในลักษณะเสนอราคาแข่งขันเช่นกัน ใช้อัตรา FiT แบ่งตามประเภทเชื้อเพลิงชีวมวล อัตรา 4.24-4.82 บาท/หน่วย ก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย) อัตรา 3.76 บาท/หน่วย และก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน) อัตรา 5.34 บาท/หน่วย โดยกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ภายในปี 2562

ทั้งนี้ คาดผู้ที่จะชนะการประมูล SPP Hybrid Firm 300 เมกะวัตต์ ที่จะเริ่มเปิดประมูลเป็นโครงการแรกนั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนอยู่แล้ว รวมถึงต้องสามารถที่จะควบคุมต้นทุนได้ในระดับที่เหนือคู่แข่ง ซึ่งมีผู้ประกอบการในประเทศบางรายได้เซ็นสัญญาบันทึกข้อความเบื้องต้น(เอ็มโอยู) กับผู้ประกอบการในต่างประเทศที่มีประสบการณ์การก่อสร้างโรงไฟฟ้า Hybrid Firm เช่น จีน เพื่อที่จะศึกษาวิธีการก่อสร้างรวมถึงขั้นตอนการดำเนินการผลิตโรงไฟฟ้า พร้อมที่จะเข้าร่วมการประมูลครั้งนี้

กำไรกลุ่มโตมาก

คาดว่าแนวโน้มกำไรกลุ่มพลังงานทดแทนที่ศึกษาคือ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) EA บริษัท บีซีพีจี (BCPG) บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี (PSTC) และ DEMCO ในปี 2560 จะเติบโตกว่า 53.5% จากปี 2559 โดยได้รับอานิสงส์หลักมาจาก GUNKUL ที่คาดกำไรเติบโตก้าวกระโดดกว่า 71.7% มาที่ 924 ล้านบาท ซึ่งเป็นการยกระดับกำไรสู่ฐานใหม่เกือบ 1,000 ล้านบาท หนุนโดยรับรู้โรงไฟฟ้าพลังงานลมซัพพลู 1&2 และวายุ (60 เมกะวัตต์) โรงไฟฟ้าโซลาร์รางเงิน (58 เมกะวัตต์) โรงไฟฟ้าโซลาร์ BMP (8 เมกะวัตต์) เต็มที่ทั้งปีเป็นปีแรก และเริ่มรับรู้โรงไฟฟ้าพลังงานลมใหม่ GNP (60 เมกะวัตต์) ในงวดไตรมาส 4 ปี 2560

ตามมาด้วย EA คาดกำไรในปี 2560 เติบโต 36.2% มาอยู่ที่ 4,400 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จ.พิษณุโลก กำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ เต็มที่ตลอดทั้งปีเป็นปีแรก รวมถึงเริ่มทยอยรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานลมหาดกังหัน กำลังการผลิต 126 เมกะวัตต์ และ BCPG คาดกำไรในปี 2560 เติบโต 35% มาอยู่ที่ 2,100 ล้านบาท หนุนโดยเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์โครงการใหม่ทั้งหมดจำนวน 12 โครงการ แบ่งออกเป็นโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่ญี่ปุ่น 9 โครงการ และโรงไฟฟ้าโซลาร์สหกรณ์ในประเทศจำนวน 3 โครงการ

ขณะที่ PSTC คาดผลประกอบการปี 2560 จะพลิกกลับมากำไรที่ 183 ล้านบาทจากขาดทุน 39 ล้านบาท ในปี 2559 เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนหลักจากการเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ทั้งชีวภาพและชีวมวลโครงการใหม่ที่แล้วเสร็จเชิงพาณิชย์กำลังการผลิตรวม 16.5 เมกะวัตต์ อีกทั้งโครงการที่ COD ในปี 2559 ราว 22 เมกะวัตต์ จะรับรู้รายได้ตลอดทั้งปีเป็นปีแรก

ด้าน DEMCO แม้ผลการดำเนินงานในปี 2560 จะฟื้นตัวพลิกเป็นกำไร แต่ยังอยู่ในระดับต่ำมาก เพราะยังต้องบันทึกค่าซ่อมแซม และค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในส่วนที่เหลือของโครงการห้วยบง 2 และ 3อีกทั้งธุรกิจหลักรับเหมาก่อสร้างด้านวิศวกรรมไฟฟ้ามีการแข่งขันสูง ส่งผลให้อัตรากำไรตํ่ามาก จึงยังไม่โดดเด่นมากในปี 2560 เลือก GUNKUL และ PSTC เป็นหุ้นแนะนำ โดยให้การลงทุนกลุ่มพลังงานทดแทน “เท่ากับตลาด”

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน