
ความสุขกับความสำเร็จ
แม้เทศกาลสงกรานต์แห่งความสุข ที่คนไทยได้หยุดยาวและได้อยู่กับครอบครัวกำลังจะผ่านพ้นไป ก็หวังว่าความสุขเช่นนี้ยังคงมีอยู่ต่อไป
โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
แม้เทศกาลสงกรานต์แห่งความสุข ที่คนไทยได้หยุดยาวและได้อยู่กับครอบครัวกำลังจะผ่านพ้นไป ก็หวังว่าความสุขเช่นนี้ยังคงมีอยู่ต่อไป
ดังข่าวที่ไทยได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความสุขมากที่สุดอันดับ 2 ของอาเซียน อันดับ 3 ของเอเชีย และอันดับ 32 ของโลก ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีมากที่ต่างประเทศมองไทยในแง่ดี
และก็สอดคล้องกับการที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวบ้านเรามากขึ้นทุกปี จนกรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดอันดับ 1 ของโลก มากกว่า 21 ล้านคน/ปี
แสดงว่าประเทศไทยเป็นที่รู้จัก และอาหารไทยก็ยังคงเป็นอาหารยอดนิยมติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังคงเติบโตได้อย่างมั่นคง
การจัดอันดับแบบนี้มีเกือบทุกเรื่อง ทั้งในเรื่องดีและเรื่องไม่ดี บางครั้งประเทศไทยก็ติดอันดับเรื่องที่เราไม่ค่อยชอบ แต่ข้อมูลเชิงลบนี้ก็ไม่แน่ว่าจะเชื่อถือได้หรือไม่เช่นกัน
ดังนั้น การสนใจในเรื่องอันดับดีๆ ก็จะมีความสุขมากกว่า ซึ่งการจัดอันดับที่เรามักได้ข่าวอยู่เสมอ คือ การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ทุกครั้งเมื่อมีการจัดอันดับ ก็มีการเผยแพร่อันดับของมหาวิทยาลัยไทยตามโซเชียลมีเดีย ส่วนใหญ่ก็มักเรียงอันดับเพียงในประเทศ
เช่น อันดับ 1-10 มักไม่ค่อยไปเปรียบเทียบในระดับโลก หรือในระดับเอเชียมากนัก อาจเป็นเพราะเราอยู่ในอันดับที่ห่างมากก็เป็นได้
ผมเคยเขียนเรื่อง “บันไดดวงดาว” ถึงข้อดีในการจัดอันดับมหาวิทยาลัย เพื่อให้เราตระหนักถึงมาตรฐาน และการแข่งขันในระดับโลก สร้างแรงฮึดสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศโดยเฉพาะในเรื่องการศึกษา
ดูเหมือนจะกลายเป็นจำเลยของสังคมอยู่บ่อยครั้งที่ว่า คุณภาพการศึกษาไทยสู้ประเทศอื่นไม่ได้
การจัดอันดับต่างๆ ที่กล่าวถึงนี้ เราจะสังเกตได้ว่า สิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในอาเซียน ซึ่งก็ชนะประเทศไทย
สิงคโปร์ยังได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันอันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 2 ของโลก และยังเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากไทยเท่านั้น
ที่น่าสนใจ คือ สิงคโปร์ยังมีมหาวิทยาลัยระดับโลก ที่ได้รับการจัดอันดับให้ดีที่สุดทั้งในอาเซียนและทวีปเอเชีย
เรื่องนี้อาจดูแปลก เพราะเรามักคิดว่าคนที่ทำงานหนัก ที่มีความมุ่งมั่นสุดๆ และที่ต้องแข่งขันกันทั้งชีวิตอย่างคนสิงคโปร์น่าจะ “ไม่มีความสุข” แต่ดูเหมือนทฤษฎีของเราจะใช้กับคนสิงคโปร์ไม่ได้ เพราะเขากลับมีทั้ง “ความสุข และประสบความสำเร็จ”
ดังนั้น ความสุขจึงอาจไม่ใช่การได้อยู่แบบสบายๆ ไม่ต้องทำงานหนัก และไม่ต้องแข่งขันกับใคร แต่ความสุขอาจเป็นการได้โอกาสอุทิศตนทำงานเพื่อองค์กร สังคม และประเทศชาติ
ทั้งได้สนุกกับการแข่งขัน ถึงแม้ต้องเหนื่อย ต้องทุ่มเทอย่างหนัก หรือความสุขอาจมาจากการได้คิด ได้ทำ ได้เปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้นก็ได้ ดังนั้นความสุขกับความสำเร็จจึงไปด้วยกันได้
ที่จริงประเทศไทยมีดีจนติดอันดับโลกอยู่ไม่น้อย และเชื่อว่าคนไทยก็เป็นคนเก่ง ไม่ด้อยกว่าใครในโลก อีกทั้งเรามีความสุขได้ง่าย และยังเป็นสังคมที่ให้อภัยกันได้ แต่เรื่องการสร้างชาติให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ก็คงไม่ใช่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลเท่านั้น
แต่ยังเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ที่ต้องมุ่งมั่นช่วยกันเปลี่ยนแปลงประเทศ เพราะหากคนไทยยังอยู่แบบสบายๆ ก็คงได้แต่ติดอันดับประเทศแห่งความสุขเพียงเท่านั้น ก็คงไม่ได้ติดอันดับอื่นใดที่บ่งชี้ถึงศักดิ์ศรีคนไทยบนเวทีโลก







