
‘อีซูซุ’ชี้ส่งออกกระบะทรงตัว
อีซูซุ ชี้ส่งออกกระบะชะลอตัวจากปัจจัยความไม่สงบในตะวันออกกลาง ตั้งเป้าปี 2560 ส่งออกทรงตัว
โพสต์ทูเดย์ - อีซูซุ ชี้ส่งออกกระบะชะลอตัวจากปัจจัยความไม่สงบในตะวันออกกลาง ตั้งเป้าปี 2560 ส่งออกทรงตัว
นายโทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ เปิดเผยว่า บริษัทประเมินสถานการณ์การส่งออกรถกระบะในปีนี้ว่าอาจไม่เติบโต เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางโดยเฉพาะประเทศซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของการส่งออก ยังคงมีปัญหาด้านความไม่สงบในประเทศ รวมถึงรัฐบาลได้ตัดงบประมาณความช่วยเหลือประชาชน ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้จ่ายในการซื้อรถยนต์ จึงเชื่อว่าผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) จะยังคงชะลอคำสั่งซื้อเพื่อไปสต๊อกสินค้าไว้อยู่ โดยปี 2560 บริษัทตั้งเป้าการส่งออกไว้เทียบเท่ากับปีก่อนที่อยู่ที่ 1.6 แสนคัน
“จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริษัทคาดการณ์การส่งอออกไว้เทียบเท่ากับปีก่อนก็ถือว่าดีแล้ว ขณะที่ตลาดในฟิลิปปินส์และออสเตรเลียเติบโตขึ้นราว 20% โดยออสเตรเลียมียอดส่งออกอยู่ที่ 2.4 หมื่นคัน ขึ้นเป็นอันดับ 1 แทนตลาดตะวันออกกลางที่อยู่ที่ 1.5 หมื่นคัน จากปกติอยู่ที่ 3 หมื่นคัน/ปี ส่วนฟิลิปปินส์อยู่ที่ 2 หมื่นคัน” นายมาเอคาวะ กล่าว
สำหรับตลาดใหม่ที่บริษัทได้เริ่มขยายไปในช่วงปลายปีที่ผ่านมาในกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือราว 6 เดือน มีอัตราเติบโตราว 20% ต่อเดือน ซึ่งถือได้ว่าผลตอบรับของผู้บริโภคให้การตอบรับที่ดี ซึ่งเป้าหมายระยะยาวบริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งทางการตลาดไว้อยู่ที่ 50% ในตลาดรถกระบะป้ายแดงของทั้งสองประเทศ ขณะที่กลุ่มประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน (เออีซี) มีบริษัท อีซูซุ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้ดำเนินการทำตลาดอยู่แล้ว อาทิ เมียนมา เวียดนาม และมาเลเซีย แต่ 2 ประเทศดังกล่าวนั้น ตรีเพชรอีซูซุเซลส์เข้าไปทำตลาดเองเนื่องจากด้านวัฒนธรรมและลักษณะตลาดใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ในประเทศไตรมาสแรกของปีนี้มีแนวโน้มดีกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งจะต้องดูความชัดเจนหลังสงกรานต์ไปแล้ว คาดว่าตลาดรวมทั้งปีนี้จะอยู่ที่ 8.1 แสนคัน จากปีก่อน 7.68 แสนคัน ปัจจัยบวกมาจากความรู้สึกของผู้บริโภคเป็นหลัก และเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว โดยบริษัทเน้นการสร้างความพึงพอใจให้ผู้บริโภคเป็นหลัก







