
ถกผู้ส่งออกรับมือ‘ทรัมป์’
พณ.เกาะติดสถานการณ์โลกทั้งสหรัฐ-ซีเรีย หวั่นกระทบการค้าหวังไม่ยืดเยื้อ
พณ.เกาะติดสถานการณ์โลกทั้งสหรัฐ-ซีเรีย หวั่นกระทบการค้าหวังไม่ยืดเยื้อ
โพสต์ทูเดย์ - “พาณิชย์” ติดตามสถานการณ์สหรัฐ-รัสเซียใกล้ชิด เชื่อว่าคงไม่ยืดเยื้อ เตรียมถกแผนรับมือส่งออกหลังสงกรานต์
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงได้ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศทั้งสหรัฐและซีเรียอย่างใกล้ชิด ที่มีผลทำให้ราคาน้ำมันและราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และคาดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวคงจะไม่มีความยืดเยื้อ
สำหรับกรณีประเทศสหรัฐมีการตรวจสอบประเทศที่เกินดุลการค้าอยู่นั้น กระทรวงเตรียมจะหารือกับภาคเอกชนไทยที่มีการส่งออกสินค้าไปสหรัฐในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์นี้ พร้อมกับการเตรียมแผนที่จะรับมือเรื่องนี้ต่อไป อีกทั้งจากการตรวจสอบไม่มีเอกชนไทยที่มีปัญหาเรื่องมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม การไปร่วมประชุมเออีเอ็ม โรดโชว์ ทู เจแปน 2017 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยได้มีการหารือกับ รมว.เศรษฐกิจของประเทศอาเซียนรวม 10 ประเทศ รวมถึง รมว.เศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ต่างมีความเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกันว่า ควรเร่งการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) หรืออาร์เซ็ป ที่มีสมาชิก 16 ประเทศให้เร็วที่สุด และทุกประเทศต่างหารือจะเร่งเจรจาอาร์เซ็ปให้เสร็จสิ้นภายในปี 2560
“ได้มีการพบกับนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งก็มีความกังวลในเรื่องการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการมีมาตรการกีดกันทางการค้า (Protectionism) ดังนั้นประเทศในภูมิภาคอาเซียนและญี่ปุ่นต่างต้องให้ความสำคัญในเรื่องการร่วมมือการค้าและอาร์เซ็ปให้เสร็จสิ้นโดยเร็วต่อไป” นางอภิรดี กล่าว
ทั้งนี้ อาร์เซ็ปมีความสำคัญอย่างมาก เพราะมีสมาชิกรวมถึง 16 ประเทศ มีประชากรจำนวน 1 ใน 3 ของโลก และมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจระดับสูง (จีดีพี) อีกทั้งในระหว่างวันที่ 22-24 พ.ค. 2560 จะมีการประชุมอาร์เซ็ประดับรัฐมนตรีจัดขึ้นที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ซึ่งจะมีการเจรจาในเรื่องดังกล่าวต่อไป
นางอภิรดี กล่าวต่อว่า สำหรับสินค้าไทยที่ได้รับสิทธิจีเอสพีจำนวน 2 รายการ และจะสิ้นสุดในเดือน ธ.ค. 2560 ได้แก่ เครื่องเดินทางและกระเป๋าหนัง คาดว่าจะมีการเจรจาและได้ต่อสิทธิ จีเอสพีออกไปอีก 2 ปี เนื่องจากสินค้ากลุ่มดังกล่าวไม่ได้ครองตลาดในส่วนแบ่งเกิน 50% นอกจากนี้ ที่ผ่านมากระทรวงก็ได้ดำเนินการผลักดันการขยายตลาดส่งออกและการค้าของประเทศไทยไปในตลาดใหม่ๆ ทั้งตลาดในอาเซียน ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เป็นต้น
สำหรับ รมว.พาณิชย์ มีกำหนดติดตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 24-26 เม.ย. 2560 เพื่อหารือแนวทางในการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ขยายมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและบาห์เรน และแก้ไขปัญหาอุปสรรคระหว่างกัน
อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันที่ 24-26 เม.ย.นี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเยือนกรุงมานามา ราชอาณาจักรบาห์เรน เพื่อหารือโอกาสสานต่อการกระชับความสัมพันธ์ การส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ขยายมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและบาห์เรน รวมทั้งแก้ไขปัญหาอุปสรรคระหว่างกัน ซึ่งไทยจะพยายามเสนอโอกาสในการส่งเสริมนโยบายชาติระหว่างกัน โดยไทยสามารถสนับสนุนนโยบาย Food Security ให้บาห์เรน ในขณะเดียวกันบาห์เรนก็สามารถสนับสนุนนโยบาย Energy Security ให้ไทย







