
ดัชนีนักลงทุนร่วง
ดัชนีนักลงทุนลดลง2 เดือนติดกัน ห่วงการค้าสหรัฐ-การเมืองระหว่างประเทศฉุดเศรษฐกิจโลกป่วนตลาดหุ้น-ค่าเงินผันผวน
โพสต์ทูเดย์ - ดัชนีนักลงทุนลดลง2 เดือนติดกัน ห่วงการค้าสหรัฐ-การเมืองระหว่างประเทศฉุดเศรษฐกิจโลกป่วนตลาดหุ้น-ค่าเงินผันผวน
นายคเณศ วังส์ไพจิตร เลขาธิการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) แถลงดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือนเม.ย. ซึ่งมองในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 90.33 จุด ปรับลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 และอยู่ในเกณฑ์ทรงตัวเป็นเดือนที่ 2 เช่นกัน โดยลดลง 18.06% จากเดือนก่อนที่ 110.24 จุด
ทั้งนี้ แยกตามกลุ่มนักลงทุนปรับลงร้อนแรงมาก กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ลงแรงถึง 43.75% มองตลาดหุ้นไทยซบเซาจากเดือนก่อนที่มองร้อนแรง รองลงมาคือสถาบันในประเทศดัชนีลดลง 28.03% โดยปรับตัวจากระดับร้อนแรงมาอยู่ที่ระดับทรงตัว และรายบุคคลลดลง 17.71% มีแต่สถาบันต่างชาติที่มองเท่าเดิม
สำหรับปัจจัยที่ส่งผลลบต่อความเชื่อมั่น คือ การไหลเข้าออกของเงินทุนนโยบายการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐและสถานการณ์การเมือง ส่วนปัจจัยบวก คือ นโยบายการลงทุนของภาครัฐและการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศหมวดธุรกิจที่น่าสนใจ คือ หมวดธนาคารและหมวดที่ไม่น่าสนใจ คือ หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ FETCO มองว่าปัจจัยที่ไม่ควรละเลยคือสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณคาบสมุทรเกาหลีระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือที่อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในอนาคตได้รวมถึงนโยบายการค้าของสหรัฐที่อาจทำให้ภาคส่งออกของไทยได้รับผลกระทบ
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กังวลเรื่องนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร และการเมืองระหว่างประเทศว่าจะบานปลายใหญ่ขนาดไหน เพราะจะทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจโลกลดลง สิ่งที่ตามมาคือกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก และทำให้ค่าเงินมีความผันผวนมากขึ้น







