posttoday
ผลพวงจากสงคราม

ผลพวงจากสงคราม

08 เมษายน 2560

อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสรู้จักคุณหมอจีนท่านหนึ่ง โดยการแนะนำจากอาจารย์ ดร.เกษมสันต์ วีระกุล ณ อยุธยา

โดย...กริช อึ้งวิทูรสถิตย์

อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสรู้จักคุณหมอจีนท่านหนึ่ง โดยการแนะนำจากอาจารย์ ดร.เกษมสันต์ วีระกุล ณ อยุธยา คุณหมอชื่อว่า ฟาง เหยา ท่านเป็นแพทย์แผนจีนที่เก่งกาจมาก หลังจากที่ท่านช่วยตรวจร่างกายผมแล้ว ได้มีโอกาสพูดคุยกับท่าน ทราบว่าท่านเกิดที่จีนแล้วอพยพเข้าสู่ประเทศกัมพูชาเมื่ออายุได้หนึ่งขวบ จนกระทั่งช่วงก่อนที่เกิดสงครามเปลี่ยนแปลงการปกครอง ท่านได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศจีนและไม่ได้เดินทางกลับมาอีกเลย ท่านเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศกัมพูชาได้อย่างละเอียดทีเดียว และท่านยังได้มอบหนังสือที่ท่านเขียนเป็นภาษาจีนให้กับผมหนึ่งเล่ม เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมอ่านแล้ววางมือไม่ลงเลยละครับ ผมจึงได้ขออนุญาตท่านไว้ว่า ถ้ามีโอกาสผมคงจะนำมาแปลเป็นภาษาไทย

กัมพูชาในยุคก่อนสงครามนั้นอุดมสมบูรณ์มาก เพราะมีทะเลสาบขนาดใหญ่มากอยู่ใจกลางของประเทศ  อีกทั้งเป็นช่วงปลายของแม่น้ำโขงที่จะไหลออกสู่ทะเลทางปากอ่าวฝั่งประเทศเวียดนาม ดังนั้นที่นี่จะอุดมไปด้วยสัตว์น้ำและปลาน้ำจืดครับ ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความสุขกับการทำการเกษตรที่มีน้ำท่าตลอดปี  ข้าวที่ปลูกออกมาก็ดีมาก ข้าวหอมพระตะบองเมล็ดจะยาวเรียวเล็ก เป็นพันธุ์ข้าวที่มีมาแต่ดั้งเดิม หอมอร่อย แค่หุงข้าว มีปลาที่จับได้ทั่วไปนำมาย่างสักตัว น้ำปลาพริกมะนาว ก็อร่อยแล้วละครับ แต่คงเป็นเพราะพระเจ้ากลั่นแกล้ง หรือความโลภโมโทสันของมนุษย์ จึงทำให้เกิดสงครามขึ้น

หมอฟาง เล่าว่า พี่สาวท่านคนที่ต่อจากท่าน เมื่อคราวนั้นมีอายุแค่สิบหกปี เกิดสงครามขึ้น ไม่ทันได้หนีออกมา มีอยู่วันหนึ่ง ทางการประกาศให้ทุกคนที่อยู่ในนครพนมเปญรีบอพยพออกจากเมืองในคืนนี้ โดยให้เหตุผลว่าจะมีเครื่องบินอเมริกามาทิ้งระเบิด พี่สาวท่านกับหลานสาวอายุห้าขวบอีกคนได้ร่วมขบวนกับชาวบ้านร่วมหมื่นคนจึงได้อพยพเดินเท้าออกนอกเมือง คืนนั้นทุกคนจึงรอนแรมกันออกมา เมื่อมาถึงทุ่งสังหาร ทางการก็ประกาศให้ทุกคนออกมาฟังปราศรัย หารู้ไม่ว่ามีการขุดหลุมใหญ่ไว้รออยู่แล้ว เมื่อทุกคนออกมาฟังปราศรัย กลุ่มเขมรแดงก็สาดกระสุนสังหารหมู่เลย ประชาชนตาดำๆ ต้องล้มตายภายใต้สายฝนกระหน่ำหนัก พี่สาวของหมอฟางใช้ตัวบังหลานสาวท่าน ล้มลงไปในหลุมใหญ่ โดยมีศพทับอยู่ด้านบน จึงรอดชีวิตมาได้ เมื่อเขมรแดงล่าถอย พี่สาวท่านจึงได้เดินป่าออกมา โดยยึดทิศตะวันออกเป็นทิศทางหนีตาย กระทั่งได้ออกมาสู่เวียดนามจึงรอดชีวิต หลังจากนั้นอีกนับสิบกว่าปีจึงติดต่อญาติได้ ซึ่งภายหลังได้อพยพไปอยู่ที่ประเทศที่สามจนกระทั่งปัจจุบัน

อีกคนที่ผมรู้จักคือลูกค้าผมที่สวิตเซอร์แลนด์ เล่าให้ผมฟังว่า ช่วงที่ทางการขับไล่ชาวบ้านที่พนมเปญให้ออกนอกเมือง ตัวท่านและครอบครัวไม่ได้ออกไปด้วย แต่ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ตลอดเวลา เพราะทุกวันทหารเขมรแดงจะเข้ามาตรวจดู หากจับได้ว่าที่บ้านไหนมีคนอยู่ จะมีเกวียนขับมารับตัวออกไป เมื่อออกไปร้อยทั้งร้อยคือต้องกลายเป็นศพแน่นอน ดังนั้นคืนไหนมีเสียงเกวียนขับอยู่บนท้องถนน ทุกคนจะต้องนั่งตัวสั่นด้วยความสะพรึงกลัว เสมือนหนึ่งได้ยินเสียงพญายมบาลมารับตัว เด็กบางคนร้องไห้ พ่อแม่ต้องใช้มืออุดปากลูก กลัวทหารเขมรแดงได้ยินเสียง ท่านเล่าถึงตอนนี้จะร้องไห้โดยไม่อายคนเลยครับ ผมนั่งฟังไปเศร้าสลดไป ท่านเล่าว่า ที่บ้านท่านทุกคืนก่อนนอนพ่อแม่ท่านจะให้ลูกๆ อาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สวยที่สุดทุกคืน เพราะไม่รู้ว่าคืนนี้จะมีเกวียนมาจอดที่หน้าบ้านท่านหรือเปล่า แต่ท่านยังโชคดีที่เข้าสู่ค่ายเขมรอพยพชายแดนไทย-กัมพูชา อรัญประเทศ ต่อมาประเทศที่สามรับตัวท่านและครอบครัวไป จึงได้ไปอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ทุกครั้งที่ฟังเรื่องราวเล่านี้ ผมมักจะอดคิดไม่ได้ว่า เราช่างโชคดีเหลือเกินที่บรรพชนเราได้เข้ามาอาศัยพระบรมโพธิสมภาร หากไปอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน เราก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มานั่งเขียนบทความเช่นนี้หรือเปล่า

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน