posttoday
หวั่นบาทแข็งวูบลงทุน

หวั่นบาทแข็งวูบลงทุน

07 เมษายน 2560

ผู้ส่งออกหวั่นบาทแข็งแซงหน้าเพื่อนบ้าน ทำความน่าสนใจการลงทุนหาย ชี้เห็นผลอีก 2-3 เดือนหน้า แนะรักษาอัตราเดิมนายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น (ประมาณ 34 บาท/เหรียญสหรัฐ) แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่น่าเป็นห่วงในเรื่องขีดความสามารถการแข่งขันเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) และอาเซียน แต่คาดว่าจะเริ่มเห็นผลในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า หรือในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเปิดรับยอดคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) รอบใหม่ เพราะผู้ส่งออกจากเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มวีและจีน อาจใช้จังหวะนี้เสนอราคาในต้นทุนที่ต่ำกว่าไทยได้ขณะที่ปัจจุบันตำแหน่งการส่งออกของไทยยังดีอยู่ แต่อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยจะลดลงเรื่อยๆ หากค่าเงินบาทยังแข็งค่ากว่าเพื่อนบ้าน อาจทำให้มีสินค้าที่ผลิตจากเพื่อนบ้าน ซึ่งมีต้นทุนถูกกว่าเข้ามาแทนที่สินค้าไทยในอนาคต รวมทั้งยังทำให้ไทยเสียจุดความน่าสนใจของการลงทุนไปอยู่ที่อินโดนีเซีย เมียนมา มาเลเซีย และเวียดนามแทน โดยผู้ส่งออกมองว่า อัตราแลกเปลี่ยนในระดับที่เหมาะสมต่อการส่งออกควรอยู่ที่ระดับ 35-36

ผู้ส่งออกหวั่นบาทแข็งแซงหน้าเพื่อนบ้าน ทำความน่าสนใจการลงทุนหาย ชี้เห็นผลอีก 2-3 เดือนหน้า แนะรักษาอัตราเดิม

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น (ประมาณ 34 บาท/เหรียญสหรัฐ) แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่น่าเป็นห่วงในเรื่องขีดความสามารถการแข่งขันเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) และอาเซียน แต่คาดว่าจะเริ่มเห็นผลในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า หรือในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเปิดรับยอดคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) รอบใหม่ เพราะผู้ส่งออกจากเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มวีและจีน อาจใช้จังหวะนี้เสนอราคาในต้นทุนที่ต่ำกว่าไทยได้

ขณะที่ปัจจุบันตำแหน่งการส่งออกของไทยยังดีอยู่ แต่อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยจะลดลงเรื่อยๆ หากค่าเงินบาทยังแข็งค่ากว่าเพื่อนบ้าน อาจทำให้มีสินค้าที่ผลิตจากเพื่อนบ้าน ซึ่งมีต้นทุนถูกกว่าเข้ามาแทนที่สินค้าไทยในอนาคต รวมทั้งยังทำให้ไทยเสียจุดความน่าสนใจของการลงทุนไปอยู่ที่อินโดนีเซีย เมียนมา มาเลเซีย และเวียดนามแทน โดยผู้ส่งออกมองว่า อัตราแลกเปลี่ยนในระดับที่เหมาะสมต่อการส่งออกควรอยู่ที่ระดับ 35-36 บาท/เหรียญสหรัฐ

นายรติดนัย หุ่นสวัสดิ์ อาจารย์ประจำ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าขณะนี้ค่าเงินบาทถือว่าแข็งค่าที่สุดเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นในภูมิภาคนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยแข็งค่าขึ้น 4.7% เทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยต่างจากเพื่อนบ้านมาก เมื่อเทียบกับอินโดนีเซีย ทำให้ต้นทุนการส่งออกไทยสูงกว่า 2% และสูงกว่าฟิลิปปินส์มากถึง 5%

“เชื่อว่า อีก 2-3 เดือนข้างหน้า ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยจะเริ่มสะท้อนออกมาให้เห็นในการรับออร์เดอร์รอบใหม่ เพราะหากค่าเงินบาทยังแข็งค่ากว่าเพื่อนบ้านต่อเนื่อง อาจทำให้สินค้าจากเพื่อนบ้านในกลุ่มสินค้าเกษตร อาหาร และสินค้าอุปโภคและบริโภคที่มีการผลิตเหมือนกันเข้ามาแทนที่สินค้าไทยในตลาดได้” นายรติดนัย กล่าว

ขณะที่มุมมองของนักวิชาการมองว่า การขยายตัวของการส่งออกไทยในปีนี้ มีอัตราอยู่ที่ 1.5% หรือมีมูลค่าส่งออกรวม 2.18 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ภายใต้ค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ในกรอบ 35 บาทบวกลบ/เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 47 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค