posttoday
ความกังวลบนไซเบอร์

ความกังวลบนไซเบอร์

06 เมษายน 2560

การศึกษาทั่วโลกของฟอร์ซพอยต์ในด้านของมนุษย์ ในส่วนของพฤติกรรม เจตนารมณ์ และข้อมูล เรื่อง The Human Point

โดย...ฟอร์ซพอยต์

การศึกษาทั่วโลกของฟอร์ซพอยต์ในด้านของมนุษย์ ในส่วนของพฤติกรรม เจตนารมณ์ และข้อมูล เรื่อง The Human Point : An Intersection of Behaviours, Intent & Data ซึ่งรวบรวมจากผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ 1,250 คน พบว่า ความเข้าใจในพฤติกรรมของมนุษย์สำคัญอย่างยิ่งสำหรับองค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ทั้งนี้ ข้อมูลสำคัญจากการศึกษาชิ้นนี้ ระบุว่า ระบบเครือข่ายกำลังถูกกัดกร่อนอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของการใช้บริการคลาวด์สาธารณะและส่วนตัว การนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้งานภายในองค์กร หรือ บีวายโอดี (BYOD) และสื่อบันทึกข้อมูลแบบถอดได้(Removable Media) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์และไอทีต้องทบทวนกับคำจำกัดความใหม่ของระบบเครือข่าย

ปัจจุบันมีองค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประมาณ 38% กำลังใช้บริการคลาวด์ส่วนตัวเพื่อจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลสำคัญโดยมีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 (26%) ที่อนุญาตให้มีการใช้บีวายโอดี โดย 20% กำลังใช้ระบบคลาวด์สาธารณะ และ 26% กำลังใช้สื่อบันทึกข้อมูลแบบถอดได้

การเพิ่มจำนวนการใช้บีวายโอดี (BYOD) รวมถึงนโยบายองค์กรที่อนุญาตให้พนักงานสามารถใช้โซเชียลมีเดียได้นั้น กำลังสร้างความกังวลให้กับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ โดยองค์กรธุรกิจมากถึง 65% มีความกังวลอย่างมากถึงมากที่สุดจาก “การผสมรวม” แอพพลิเคชั่นส่วนตัวและธุรกิจเข้าไว้ด้วยกันในอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ และองค์กรธุรกิจที่เหลือ 35% มีความกังวลปานกลางหรือเล็กน้อย

นอกจากนี้ ยังพบว่าความสามารถในการมองเห็นขององค์กรกำลังถูกท้าทายอย่างมาก เนื่องจากข้อมูลได้ขยายครอบคลุมทั้งที่เป็นส่วนของบริษัท ของพนักงาน และของแอพพลิเคชั่นทั้งขององค์กรและผู้ใช้

ผลการศึกษาชี้ว่า มีองค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพียง 6% เท่านั้นที่มีความสามารถในการมองเห็นอย่างดีเยี่ยมครอบคลุมลักษณะการใช้งานข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญของพนักงานในอุปกรณ์ของ
บริษัท อุปกรณ์ของพนักงาน บริการที่บริษัทให้การอนุมัติใช้งานได้ เช่น เอ็กซ์เชนจ์ (Exchange) และบริการที่พนักงานใช้งานอยู่ เช่น กูเกิล ไดรฟ์ (Google Drive) จีเมล (Gmail)

ขณะเดียวกัน มีประมาณ 51% ที่สามารถมองเห็นการใช้งานข้อมูลธุรกิจที่สำคัญได้ปานกลางหรือเล็กน้อย ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ในสัดส่วน 37% จัดอันดับให้อีเมลมีความเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญทางธุรกิจสูงสุด ตามด้วยโซเชียลมีเดีย อุปกรณ์เคลื่อนที่ และแล็ปท็อป โดยความเชื่อมั่นสูงสุดอยู่ที่แอพของบุคคลที่สามที่ติดตั้งภายในองค์กร ซึ่งมีเพียง 7% ที่มองว่าเป็นข้อกังวลอันดับหนึ่งของตน

นอกจากนี้ ยังพบว่าสิ่งที่เป็นอันตรายต่างๆ เช่น มัลแวร์ ครอบคลุมจนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด เช่น พฤติกรรมที่ไม่ตั้งใจของผู้ใช้ ทำให้องค์กรกำลังต่อสู้กับความเสี่ยงด้านการรักษาความปลอดภัย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจัดอันดับให้มัลแวร์มีความเสี่ยงด้านการรักษาความปลอดภัยสูงสุด 30% ตามด้วยพฤติกรรมที่ไม่ตั้งใจของมนุษย์ 24% การดำเนินการที่ผิดกฎหมายของพนักงาน 10% และพนักงานที่ทุจริต 12%

ที่น่ากังวลคือ การลงทุนด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data มีแนวโน้มค่อนข้างต่ำ โดยองค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพียง 18% ที่เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าต้องนำเทคโนโลยีเพิ่มเติมมาใช้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับองค์กรธุรกิจ และ 34% ที่กำลังรวมข้อมูลขนาดใหญ่ไว้ในแนวทางการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของตน ขณะที่ 29% มองว่าข้อมูลขนาดใหญ่เป็นอุปสรรคต่อการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์กรของตน

เมื่อพิจารณาแนวโน้มในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมองเห็นข้อดีอย่างชัดเจนในการให้ความสำคัญกับผู้ใช้และพฤติกรรม ทั้งด้านการเงินและการดำเนินงาน เนื่องจากสิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน