
เจ้าพระยาฯรับเกณฑ์ใหม่คปภ.
เพิ่มสัดส่วนเบี้ยนันมอเตอร์ คัดทิ้งฐานลูกค้ากลุ่มเสี่ยงสูง
โพสต์ทูเดย์
— เจ้าพระยาประกันภัยปรับพอร์ตรับเกณฑ์ควบคุมฐานะการเงินใหม่ คปภ.นายชูรัฐ เลาหพงศ์ชนะ กรรมการบริหาร บริษัท เจ้าพระยาประกันภัย เปิดเผยว่า การดำรงเงินกองทุนตามประเภทความเสี่ยง (RBC) แม้จะเป็นเรื่องใหม่ที่ทางผู้กำกับธุรกิจประกันภัย คปภ. จะเริ่มนำมาใช้ในปี 2554 ซึ่งจะมีผลกระทบต่อบริษัททั้งด้านเงินทุน บุคลากร เทคโน โลยีสารสนเทศ ซึ่งบริษัทมีความตั้งใจและพร้อมที่จะปรับตนเองเพื่อรองรับกับมาตรฐาน RBC และบริษัทคงต้องประเมินผลกระทบแท้จริงอีกครั้งจากการใช้ RBC ก่อน บริษัทจึงจะพิจารณาวางแผนธุรกิจในอนาคตอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ นโยบายการทำธุรกิจ 35 ปีข้างหน้าได้ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนเบี้ยนันมอเตอร์ให้ได้อย่างน้อย 35% ของเบี้ยรับรวมทั้งหมด
“
บริษัทได้ทำการขยายตลาดนันมอเตอร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สังเกตได้จากสัดส่วนได้เพิ่มจาก 15% ในปีที่แล้วขึ้นมา เป็น 25% ในปัจจุบัน” นายชูรัฐ กล่าวนายชูรัฐ กล่าวว่า ในปี 2553 วางเป้าหมายของการเติบโตไว้ที่ 1,000 ล้านบาท แยกเป็นประกันภัยรถยนต์สัดส่วน 75% และประกันภัยประเภทอื่นๆ หรือ นันมอเตอร์ 25% ในส่วนของประกันภัยรถยนต์เรากำหนดสัดส่วนประเภท 1 ไว้ที่ 50% และประเภทอื่นๆ ประเภท 2 ประเภท 3 ประเภท 5 (พลัส) พ.ร.บ อีก 50% เพื่อกระจายความเสี่ยง
“
ปีนี้มีนโยบายคัดลูกค้าประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ที่มีคุณภาพมากขึ้น และลดการรับประกันรถยนต์ประเภท 1 ที่มีความเสี่ยงสูง แล้วหันไปทำตลาดประเภท 2, 3 และประเภท 5 พลัส ให้มากขึ้น” นายชูรัฐ กล่าวนายชูรัฐ กล่าวว่า ขณะเดียวกันก็ลดจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.ลงด้วย เพราะมีการลดค่านายหน้า ทำให้ตัวแทนส่งงานน้อยลง ยอดขายในช่วงที่ผ่านมาจึงลดลง
สำหรับเหตุผลที่ต้องเข้มงวดเรื่องคุณภาพรถประกันภัยประเภท 1 เพิ่มขึ้น เพราะมีอัตราส่วนสินไหมทดแทน หรือ Loss Ratio สูงถึง 6070% แต่อัตราส่วนสินไหมทดแทนของประเภทพลัส ยังอยู่ที่ประมาณ 50% บริษัทจึงมีนโยบายกำหนดยอดขายสัดส่วนประเภท 1 ไว้ที่ 50% และประเภทอื่น 50% เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดอัตราส่วนสินไหมทดแทนให้เหมาะสม
ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2553 บริษัทมีเบี้ยรวม 392.86 ล้านบาท หากเปรียบเทียบกับปี 2552 ยอดขายรวมอยู่ที่ 466.37 ล้านบาท ลดลงไป 73 ล้านบาท โดยไตรมาส 2 ของปี 2553 ได้ทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 50 ล้านบาท จาก 330 ล้านบาท เป็น 380 ล้านบาทในปัจจุบัน







