
'วงใน'เสริมบริการใหม่ดันรายได้โต2เท่า
วงในผนึก 3 พันธมิตรไลน์ ทรูมันนี่ อาลีเพย์ เพิ่มบริการใหม่ สั่งอาหาร จ่ายเงินออนไลน์ หวังดันธุรกิจโต 2 เท่าทุกปีนายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย เปิดเผยว่า ปี 2560 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และเติบโต 2 เท่าต่อเนื่อง 4 ปีติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2556 พร้อมกับการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานประจำ (แอ็กทีฟ ยูสเซอร์) ขึ้นเป็น 1 ล้านคน/เดือน จากปีก่อนอยู่ที่ 7.5 แสนคน/เดือน โดยการร่วมมือกับพันธมิตรบริการใหม่ๆ ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้ร่วมมือกับไลน์ ประเทศไทย เปิดบริการสั่งอาหาร “วงใน ไลน์แมน เดลิเวอรี่” และร่วมมือกับอาลีเพย์ และทรูมันนี่ เปิดบริการกระเป๋าเงินออนไลน์ (อี-วอลเล็ต) ของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อขยายฐานลูกค้าเพื่อก้าวสู่การเป็น “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม” เต็มรูปแบบ“บริษัทมีแผนการขยายการให้บริการเพิ่มเติมในอนาคต อาทิ การท่องเที่ยว บ้านและบริการในท้องถิ่น ค้าปลีก และภาพยนตร์ เพื่อรักษาระดับการเติบโต 2 เท่าอย่างต่อเนื่องทุกปี พร้อมมีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ใน 2 ปีจากนี้” นายยอด กล่าวสำหรับสัดส่
วงในผนึก 3 พันธมิตรไลน์ ทรูมันนี่ อาลีเพย์ เพิ่มบริการใหม่ สั่งอาหาร จ่ายเงินออนไลน์ หวังดันธุรกิจโต 2 เท่าทุกปี
นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย เปิดเผยว่า ปี 2560 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และเติบโต 2 เท่าต่อเนื่อง 4 ปีติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2556 พร้อมกับการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานประจำ (แอ็กทีฟ ยูสเซอร์) ขึ้นเป็น 1 ล้านคน/เดือน จากปีก่อนอยู่ที่ 7.5 แสนคน/เดือน โดยการร่วมมือกับพันธมิตรบริการใหม่ๆ
ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้ร่วมมือกับไลน์ ประเทศไทย เปิดบริการสั่งอาหาร “วงใน ไลน์แมน เดลิเวอรี่” และร่วมมือกับอาลีเพย์ และทรูมันนี่ เปิดบริการกระเป๋าเงินออนไลน์ (อี-วอลเล็ต) ของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อขยายฐานลูกค้าเพื่อก้าวสู่การเป็น “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม” เต็มรูปแบบ
“บริษัทมีแผนการขยายการให้บริการเพิ่มเติมในอนาคต อาทิ การท่องเที่ยว บ้านและบริการในท้องถิ่น ค้าปลีก และภาพยนตร์ เพื่อรักษาระดับการเติบโต 2 เท่าอย่างต่อเนื่องทุกปี พร้อมมีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ใน 2 ปีจากนี้” นายยอด กล่าว
สำหรับสัดส่วนรายได้ของบริษัทหลังการเพิ่มบริการใหม่จะเปลี่ยนเป็นรีวิวร้านอาหาร 60% บริการส่งอาหาร 10%วงในคุ้กกิ้ง 10% และวงในบิวตี้ 20% จากเดิมสัดส่วนอยู่ที่รีวิวร้านอาหาร 85% และวงในบิวตี้ 15%
อย่างไรก็ตาม รายได้หลักของธุรกิจปัจจุบันมาจากโฆษณา โดยบริษัทได้มองหาแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต อาทิ ส่วนแบ่งจากการทำธุรกรรมผ่านโมบายเพย์เมนต์ เป็นต้น ซึ่งอาจจะเป็นสัดส่วนรายได้หลักในอนาคต







