posttoday
สมาคมการค้ากับการเตรียมตัวรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

สมาคมการค้ากับการเตรียมตัวรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

09 กันยายน 2553

....นายนคร สังขรัตน์

การเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ได้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมายของโลก ไม่ว่าจะเป็นการสิ้นสุดของยุคสงครามเย็น การก้าวเข้าสู่โลกยุคโลกาภิวัตน์ วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง วิกฤตพลังงาน วิกฤตอาหาร พลังของจีนและอินเดีย รวมถึงความล้มเหลวของการเจรจาการค้าขององค์การการค้าโลก (WTO) จากความขัดแย้งของสหภาพยุโรป อินเดีย บราซิล และสหรัฐ

ปัจจัยเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบไม่เว้นแม้แต่กับอาเซียน ที่จะต้องปรับตัวเพื่อรักษาสถานภาพท่ามกลางการพึ่งพากันและแข่งขันกันสูงขึ้น ประเทศสมาชิกจึงเห็นความสำคัญของการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเข้มแข็งและอำนาจต่อรองให้กับรัฐสมาชิก โดยอาเซียนให้ความสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากการดำเนินการไปสู่การจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา (ASEAN Free Trade Area : AFTA) ได้บรรลุเป้าหมายในปี 2546 ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 8 เมื่อเดือน พ.ย. 2545 ได้เห็นชอบให้อาเซียนกำหนดทิศทางการดำเนินงานเพื่อมุ่งไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Community : EEC) และให้อาเซียนปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานภายในของอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในการประชุมสุดยอดอาเซียนในปี 2546 ผู้นำอาเซียนได้ออกแถลงการณ์ Bali Concord II เห็นชอบให้มีการรวมตัวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ภายในปี 2563 โดยมีกรอบความร่วมมือใน 3 ด้าน คือ ประชาคมความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Security Community : ASC) ประชาคมสังคมวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN SocioCultural Community : ASCC) และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) และให้เร่งรัดการรวมกลุ่มเพื่อเปิดเสรีสินค้าและบริการสำคัญ 12 สาขา (Priority Sectors) ได้แก่ โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว การบินยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเกษตร ประมง เทคโนโลยีสารสนเทศ และสุขภาพ

เป้าหมายของประชาคมอาเซียน คือ อาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ภายในปี 2563 (ค.ศ. 2020) โดยมีแนวคิดว่าอาเซียนจะกลายเป็นเขตการผลิตเดียว ตลาดเดียว นั่นหมายถึงจะต้องมีการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตได้อย่างเสรี สามารถดำเนินกระบวนการผลิตที่ไหนก็ได้ โดยสามารถใช้ทรัพยากรจากแต่ละประเทศ ทั้งวัตถุดิบและแรงงานมาร่วมในการผลิต มีมาตรฐานสินค้า กฎเกณฑ์ กฎระเบียบเดียวกัน

นอกจากนั้น ยังมีเป้าหมายให้เกิดการหมุนเวียนอย่างเสรีของการค้าสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน การพัฒนาทางเศรษฐกิจ มีการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศ กัมพูชา ลาว และพม่า รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือนโยบายการเงินและเศรษฐกิจ ตลาดการเงิน และตลาดเงินทุน การประกันภัยและภาษีอากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม ความร่วมมือด้านกฎหมาย การเกษตร พลังงาน การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยยกระดับการศึกษาและการพัฒนาฝีมือ

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นสำหรับชาวอาเซียน คือ เกิดการขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนในภูมิภาค เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างอำนาจการต่อรองและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ผู้บริโภค

สำหรับภาคเอกชนไทยจะได้รับประโยชน์ในแง่ของการเพิ่มช่องทางการส่งออกของไทย ขยายโอกาสการส่งออกสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม (CLMV) ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเป็นแหล่งดึงดูดการลงทุน เพิ่มโอกาสของนักลงทุนไทยในการไปลงทุนยังประเทศเพื่อนบ้าน เกิดประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองของไทยและการขยายความร่วมมือกับประเทศนอกภูมิภาค เข้าถึงตลาดที่เติบโตสูงของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย เข้าถึงทรัพยากรราคาถูก หลีกเลี่ยงอุปสรรคทางการค้า หรือได้ประโยชน์สิทธิพิเศษทางการค้า รวมถึงหลีกเลี่ยงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน

ดังนั้น ภาครัฐควรเตรียมความพร้อมรองรับโดยการกำหนดยุทธศาสตร์ โดยยึดประโยชน์ของคนส่วนใหญ่และทิศทางในการพัฒนาประเทศในภาพรวม มีแนวทางเยียวยาแก้ไขสำหรับคนส่วนน้อยที่ได้รับผลกระทบ อาทิ จัดตั้งกองทุน FTA มีมาตรการปกป้องฉุกเฉิน (Safeguard) ปรับปรุง พัฒนาระบบมาตรฐานสินค้าไทย เช่น มาตรฐานสุขอนามัย มาตรฐานสินค้า รวมถึงระบบการตรวจสอบต่างๆ

ในขณะที่ภาคเอกชน ศึกษาและติดตามกฎระเบียบ ข้อตกลงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างถ่องแท้ การเข้าไปลงทุนหรือร่วมลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ควรศึกษาเสาะหาแหล่งวัตถุดิบใน AEC ศึกษารสนิยมความต้องการใน AEC ดูความเป็นไปได้การย้ายฐานการผลิต หันมามองกลุ่มประเทศ CLMV (Cambodia Laos Myanmar Vietnam) โดยวิสัยทัศน์ใหม่ พัฒนาระบบต่างๆ ของบริษัทให้ใช้ประโยชน์โลจิสติกส์ได้เต็มที่ ศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งธุรกิจหรือการใช้แรงงานจาก AEC เจาะตลาดคู่ค้าของอาเซียน เรียนรู้คู่แข่ง เนื่องจากเกิดคู่แข่งใหม่จากอาเซียน ไม่ละเลยการลดต้นทุน เพราะว่าต้นทุนคู่แข่งอาจต่ำลง เร่งเสริมจุดแข็ง ลดจุดอ่อน เพราะว่าคู่แข่งจะเข้ามาแข่งถึงในเขตแดน และที่สำคัญจะต้องเรียนรู้คู่แข่งทั้ง 9 ประเทศอาเซียนอย่างจริงจังเสียที

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค