
เจาะตลาดดานัง
เอกชนชี้โอกาสไทยลงทุนภาคบริการในเวียดนาม หลังรัฐบาลยกระดับการลงทุนเมืองดานังนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาธุรกิจไทย-เวียดนาม เปิดเผยว่า ในปี 2560 นี้ ถือเป็นปีแรกที่รัฐบาลเวียดนาม ได้ประกาศให้เป็นปีแห่งการลงทุนของนครดานัง ประเทศเวียดนาม เพื่อดึงดูดความน่าสนใจนักลงทุนต่อการปั้นให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างครบวงจรพร้อมเชื่อมโยงกับเมืองฮอยอันและเว้ ซึ่งถือเป็นโอกาสของเอกชนไทยที่มีประสบการณ์และศักยภาพพร้อมที่จะเข้าไปเปิดตลาด อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเห็นว่ายังมีธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในภาคบริการในประเทศเวียดนามน้อยมาก ทั้งที่ผู้ประกอบการธุรกิจบริการของไทยมีศักยภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ด้วยเมืองดานังมีศักยภาพที่น่าจับตามองมาก เพราะรัฐบาลกำลังผลักดันให้เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเวียดนามปีนี้ คาดว่าการเติบโตของเมืองดานังจะขยายตัวสูงขึ้นจนอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ หลายแห่งในเอเชีย สำหรับการที่รัฐบาลเวียดนามได้หันมายกระดับเมืองดานังเพื่อเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ ถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะภาคบริการที่จะคว้าโอกาสตรงนี้ไว้ รวมถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมสนับสนุน ก็มีความน่าสนใจ เนื
เอกชนชี้โอกาสไทยลงทุนภาคบริการในเวียดนาม หลังรัฐบาลยกระดับการลงทุนเมืองดานัง
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาธุรกิจไทย-เวียดนาม เปิดเผยว่า ในปี 2560 นี้ ถือเป็นปีแรกที่รัฐบาลเวียดนาม ได้ประกาศให้เป็นปีแห่งการลงทุนของนครดานัง ประเทศเวียดนาม เพื่อดึงดูดความน่าสนใจนักลงทุนต่อการปั้นให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างครบวงจรพร้อมเชื่อมโยงกับเมืองฮอยอันและเว้ ซึ่งถือเป็นโอกาสของเอกชนไทยที่มีประสบการณ์และศักยภาพพร้อมที่จะเข้าไปเปิดตลาด
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเห็นว่ายังมีธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในภาคบริการในประเทศเวียดนามน้อยมาก ทั้งที่ผู้ประกอบการธุรกิจบริการของไทยมีศักยภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ด้วยเมืองดานังมีศักยภาพที่น่าจับตามองมาก เพราะรัฐบาลกำลังผลักดันให้เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเวียดนามปีนี้ คาดว่าการเติบโตของเมืองดานังจะขยายตัวสูงขึ้นจนอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ หลายแห่งในเอเชีย
สำหรับการที่รัฐบาลเวียดนามได้หันมายกระดับเมืองดานังเพื่อเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ ถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะภาคบริการที่จะคว้าโอกาสตรงนี้ไว้ รวมถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมสนับสนุน ก็มีความน่าสนใจ เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ แต่ยังขาดกระบวนการสนับสนุนธุรกิจที่ดี จึงเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทยในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและเครื่องดื่มที่มีเทคโนโลยี รวมไปถึงธุรกิจออกแบบผลิตภัณฑ์
ขณะที่ดานังเป็นเมืองท่าอันดับ 3 ของเวียดนาม และถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีบทบาททางเศรษฐกิจมากที่สุดในภาคกลางของเวียดนาม โดยในปี 2559 ประชากรในเมืองดานัง มีรายได้ต่อหัว ต่อคนเฉลี่ย 3,054 เหรียญสหรัฐ และมีมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) อยู่ที่ 4,550 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต้นๆ รวมทั้งยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากถึง 5.5 ล้านคน
นายสนั่น กล่าวว่า ต่อการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ จะประกาศล้มเลิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) แต่การที่เวียดนามการเมืองมีเสถียรภาพและมีความต่อเนื่องของนโยบาย รวมทั้งการมีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับหลายประเทศ โดยเฉพาะเอฟทีเอกับสหภาพยุโรป (อียู) ก็ยังทำให้เวียดนามยังคงระดับความน่าสนใจในสายตานักลงทุนเช่นเคย
สำหรับธุรกิจค้าปลีกในเมืองดานังนั้น โอกาสทางธุรกิจยังมีอยู่ แต่เนื่องจากที่ผ่านมายักษ์ค้าปลีกของไทยได้ขยายการลงทุนในเวียดนามแบบครบวงจรทั้งห้างขายส่ง MM (Mega Market), ร้านสะดวกซื้อ B’s mart, ซูเปอร์มาร์เก็ต Big C และร้านสะดวกซื้อ C-Express ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจท้องถิ่นอย่างมาก ทำให้ทางการเวียดนามก็มีการจับตาการขยายธุรกิจค้าปลีกของนักลงทุน
ต่างชาติมากขึ้น
“นอกจากนี้ ยังรวมถึงอาจมีข้อกำหนดในการขยายสาขามากขึ้น ดังนั้นการขยายธุรกิจค้าปลีกก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการดำเนินการตามกฎหมายเวียดนามอย่างเคร่งครัดด้วย” นายสนั่น กล่าว







