posttoday
มาร์ค ชาง รุ่นใหญ่สตาร์ทอัพ จ๊อบสตรีท.คอม

มาร์ค ชาง รุ่นใหญ่สตาร์ทอัพ จ๊อบสตรีท.คอม

03 เมษายน 2560

ถ้า มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก เป็นขวัญใจของสตาร์ทอัพในสหรัฐ ประเทศมาเลเซียก็มี มาร์ค ชาง เป็นยูนิคอร์นไอดอลของสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ในอาเซียนด้วยเช่นกัน ปัจจุบันชายหนุ่มผู้นี้อายุ 52 ปีแล้ว และยังเป็นบุคคลกลุ่มแรกๆ ของอาเซียนที่ใช้สตาร์ทอัพมาแก้ปัญหาสังคมได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนที่ประชากรชนชั้นกลางจำนวนมากกำลังขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆย้อนกลับไปในปี 2540 มาร์ค ชาง อาศัยอยู่ที่ห้องเล็กๆ ในเมืองกัมปาร์ ใช้เงินราว 1.36 แสนบาท เพื่อติดตั้งเซิร์ฟเวอร์เพื่อทำเว็บไซต์สมัครงานที่ชื่อว่าจ๊อบสตรีทดอทคอม (JobStreet.com) เป็นครั้งแรก ด้วยไอเดียที่ว่าต้องการให้ผู้ว่างงานได้มาเจอกับนายจ้างในพื้นที่ซึ่งเขาได้จัดทำขึ้น จากนั้นใช้เวลาเพียงน้อยนิดในการขยายฐานตลาดเชิงรุกสู่เอเชีย จากการเติบโตของกิจการอย่างก้าวกระโดด จนปี 2545 มาร์ค ชาง ได้ขายกิจการของเขาเข้าสู่ตลาดทุนด้วยมูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาทปัจจุบัน JobStreet.com เป็นเว็บไซต์สมัครงาน ที่มีผู้ใช้เป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน ด้วยการมีบริษัทที่ร่วมเป็นพันธมิตรกว่า 1 แสนแห่ง ป้อนงานกว่า 100 ล้านตำแหน่ง และผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน/ปี และมีผู้ใช้บริการที่ได้งานตามที่ตั้งใจม

ถ้า มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก เป็นขวัญใจของสตาร์ทอัพในสหรัฐ ประเทศมาเลเซียก็มี มาร์ค ชาง เป็นยูนิคอร์นไอดอลของสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ในอาเซียนด้วยเช่นกัน ปัจจุบันชายหนุ่มผู้นี้อายุ 52 ปีแล้ว และยังเป็นบุคคลกลุ่มแรกๆ ของอาเซียนที่ใช้สตาร์ทอัพมาแก้ปัญหาสังคมได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนที่ประชากรชนชั้นกลางจำนวนมากกำลังขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

ย้อนกลับไปในปี 2540 มาร์ค ชาง อาศัยอยู่ที่ห้องเล็กๆ ในเมืองกัมปาร์ ใช้เงินราว 1.36 แสนบาท เพื่อติดตั้งเซิร์ฟเวอร์เพื่อทำเว็บไซต์สมัครงานที่ชื่อว่าจ๊อบสตรีทดอทคอม (JobStreet.com) เป็นครั้งแรก ด้วยไอเดียที่ว่าต้องการให้ผู้ว่างงานได้มาเจอกับนายจ้างในพื้นที่ซึ่งเขาได้จัดทำขึ้น จากนั้นใช้เวลาเพียงน้อยนิดในการขยายฐานตลาดเชิงรุกสู่เอเชีย จากการเติบโตของกิจการอย่างก้าวกระโดด จนปี 2545 มาร์ค ชาง ได้ขายกิจการของเขาเข้าสู่ตลาดทุนด้วยมูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท

ปัจจุบัน JobStreet.com เป็นเว็บไซต์สมัครงาน ที่มีผู้ใช้เป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน ด้วยการมีบริษัทที่ร่วมเป็นพันธมิตรกว่า 1 แสนแห่ง ป้อนงานกว่า 100 ล้านตำแหน่ง และผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน/ปี และมีผู้ใช้บริการที่ได้งานตามที่ตั้งใจมากถึง 15 ล้านคน มีฐานตลาดผู้ใช้หลักครอบคลุมทั่วภูมิภาค ทั้งในสิงคโปร์ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และญี่ปุ่น

ขณะที่การเติบโตของธุรกิจดังกล่าว ยังมีแนวโน้มไปได้อย่างมั่นคงเมื่อดูจากอัตราว่างงานในกลุ่มชาติอาเซียน ซึ่งนำมาโดยฟิลิปปินส์ ที่ 6.3% อินโดนีเซีย ที่ 5.7% และมาเลเซีย ที่ 3.5%

นอกจาก มาร์ค ชาง จะค้นพบโซลูชั่นที่ทำเงินให้เขาได้อย่างมากมายมหาศาลแล้ว สตาร์ทอัพยูนิคอร์นรุ่นเก๋าของอาเซียนผู้นี้ ยังเป็นผู้ค้นพบระบบอี-เพย์เมนต์ ที่ปัจจุบันยิ่งใหญ่สุดในอาเซียนด้วยมูลค่าของบริษัทที่มากถึง 3.5 หมื่นล้านบาท มาพร้อมกับเม็ดเงินการชำระในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ผ่าน 6.8 แสนช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมพันธมิตรกว่า 1.5 หมื่นแห่งทั่วโลก

เช่นเดียวกับ JobStreet.com มาร์ค ชาง ได้ขายกิจการด้วยมูลค่ามหาศาล โดยส่งต่อให้กับ กาเนสซ์ คูมาร์ บันกาห์ ผู้ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของมาเลเซียในปัจจุบัน จากรายได้มหาศาลที่มาร์ค ชาง เป็นผู้ออกแบบ ขณะนี้สามารถสร้างรายได้กว่าปีละ 3,500 ล้านบาท

ด้วยฐานตลาดหลักในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และอินเดีย จนทำให้ MOL ขึ้นแท่นสู่อี-เพย์เมนต์ (E-payment) ระดับโลกด้วยการมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดิจิทัลกว่า 9.2 แสนแห่งใน 13 ประเทศทั่วโลก พร้อมครองสัดส่วนในประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างบราซิลได้ถึง 25% ซึ่งเป็นตลาดอี-คอมเมิร์ซใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลก ด้วยมูลค่าการชำระเงินผ่าน E-payment กว่า 9 แสนล้านบาทในปีก่อน

อย่างไรก็ตาม เจ้าพ่อสตาร์ทอัพผู้นี้ได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่หวังเดินเจริญรอยตามเอาไว้ว่า การคิดค้นสิ่งใหม่ที่สำคัญคือความอดทน ไม่หยุดที่จะพัฒนาศักยภาพของธุรกิจและทำงานอย่างหนักเพื่อรอสายฝนแห่งโอกาส เพราะเมื่อสายฝนเหล่านั้นเริ่มตกลงมาแล้วมันจะกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

สุดท้ายต้องไม่ลืมว่าโลกแห่งเทคโนโลยีผู้ที่รวดเร็วกว่าย่อมได้เปรียบ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน