posttoday
ดอกเบี้ยแบนราบ

ดอกเบี้ยแบนราบ

03 เมษายน 2560

โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ผ่านไปแล้วกับการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังจากใช้ดอกเบี้ยต่ำมานานที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 6 ปี ดอกเบี้ยอ้างอิงที่ Fed ปรับขึ้นนี้ ใช้ส่งสัญญาณไปในตลาดการเงินของสหรัฐ  โดยพฤติกรรมของตลาดพันธบัตรและดอกเบี้ยในตลาดที่สนองต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในแต่ละครั้ง สามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้ครั้งที่ 1 เมื่อ ธ.ค. 2015 Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 0.5% ทำให้ดอกเบี้ยตลาดระยะสั้น (อายุ 2 ปี) เพิ่มขึ้นจาก 0.65% เป็น 1% แต่ดอกเบี้ยตลาดระยะยาว (อายุ 10 ปี) ลดลงต่อเนื่องถึงกลางปี 2016 จาก 2.2% มาที่ 1.7% ครั้งที่ 2 ปรับขึ้นเมื่อ ธ.ค. 2016 อีก 0.25% ทำให้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.75% ครั้งนั้น ดอกเบี้ยตลาดระยะสั้นขึ้นแรงก่อนหน้าที่จะประกาศ และทยอยขึ้นต่อหลัง Fed ประกาศ (จาก 0.8% เป็น 1.2%) ตามคาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ขณะที่ดอกเบี้ยระยะยาวก็ขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนประกาศเช่นกัน จนขึ้นไปสูงสุดที่ 2.6% ก่อนจะย่อตัวลงมาที่ 2.4% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากชัยชนะของ ปธน.ทรัมป์ และความเชื่อเรื่องเงินเฟ้อระยะยาวจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ภายหลังการประกาศ ดอกเบี้ยระยะยาวเริ่มทรงตัว ครั้งที่

โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์

ผ่านไปแล้วกับการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังจากใช้ดอกเบี้ยต่ำมานานที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 6 ปี ดอกเบี้ยอ้างอิงที่ Fed ปรับขึ้นนี้ ใช้ส่งสัญญาณไปในตลาดการเงินของสหรัฐ  โดยพฤติกรรมของตลาดพันธบัตรและดอกเบี้ยในตลาดที่สนองต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในแต่ละครั้ง สามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้

ครั้งที่ 1 เมื่อ ธ.ค. 2015 Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 0.5% ทำให้ดอกเบี้ยตลาดระยะสั้น (อายุ 2 ปี) เพิ่มขึ้นจาก 0.65% เป็น 1% แต่ดอกเบี้ยตลาดระยะยาว (อายุ 10 ปี) ลดลงต่อเนื่องถึงกลางปี 2016 จาก 2.2% มาที่ 1.7%

ครั้งที่ 2 ปรับขึ้นเมื่อ ธ.ค. 2016 อีก 0.25% ทำให้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.75% ครั้งนั้น ดอกเบี้ยตลาดระยะสั้นขึ้นแรงก่อนหน้าที่จะประกาศ และทยอยขึ้นต่อหลัง Fed ประกาศ (จาก 0.8% เป็น 1.2%) ตามคาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ขณะที่ดอกเบี้ยระยะยาวก็ขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนประกาศเช่นกัน จนขึ้นไปสูงสุดที่ 2.6% ก่อนจะย่อตัวลงมาที่ 2.4% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากชัยชนะของ ปธน.ทรัมป์ และความเชื่อเรื่องเงินเฟ้อระยะยาวจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ภายหลังการประกาศ ดอกเบี้ยระยะยาวเริ่มทรงตัว

ครั้งที่ 3 ปรับขึ้นเมื่อ มี.ค. 2017 อีก 0.25% ส่งผลให้ดอกเบี้ยล่าสุดอยู่ที่ 1%  โดยก่อนหน้าประกาศ ดอกเบี้ยตลาดขึ้นไปรอก่อนแล้ว ดอกเบี้ยตลาดระยะสั้นขึ้นไปถึงเกือบ 1.4% ขณะที่ดอกเบี้ยตลาดระยะยาวกระโดดไปสูงกว่า 2.6% แต่เมื่อ Fed ประกาศขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 15 มี.ค. ดอกเบี้ยตลาดทั้งสองตัวก็ลงมาที่ 1.3 และ 2.5% ตามลำดับ

เห็นได้ว่าการปรับดอกเบี้ยอ้างอิงของ Fed ทำให้ดอกเบี้ยตลาดระยะสั้นสูงขึ้นถึง 0.65% ขณะที่ดอกเบี้ยตลาดระยะยาว เพิ่มเพียง 0.3%

ที่น่าสนใจคือ ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยสั้นกับยาวเริ่มแคบลง (2.5%-1.3% = 1.2% จากส่วนต่างเดิมก่อนปรับดอกเบี้ยครั้งแรกที่ 1.55%) และนักวิเคราะห์เริ่มมองว่าส่วนต่างมีโอกาสแคบลงอีก เพราะดอกเบี้ยสั้นจะขึ้นตาม Fed แต่ดอกเบี้ยยาวอาจขึ้นช้ากว่าจากคาดการณ์เรื่องการขึ้นของเงินเฟ้อระยะยาวอ่อนลง นั่นจะทำให้เส้นโค้งอัตราดอกเบี้ย (Yield Curve) แบนราบมากขึ้น (Flattening)

หากมุมมองนี้ถูก การลงทุนทั้งในพันธบัตรและหุ้นกู้อายุยาวก็น่าสนใจ เพราะไม่ได้ผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยมากนัก (เมื่อดอกเบี้ยยาวขึ้นไม่มาก ราคาพันธบัตรที่่ให้ดอกเบี้ยเดิมต่ำกว่าเล็กน้อย ก็ไม่ลดลงมาก ผลตอบแทนรวมทั้งดอกเบี้ยและส่วนต่างราคาซื้อขายก็ยังน่าสนใจ)

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน