
เครือข่ายปชช.รอฟังนายกฯแจงตัดกิจการมลพิษ
เครือข่ายประชาชน ล้างหูรอฟังนายกฯชี้แจงกรณีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติตัด 7 กิจการรุนแรงออก เชื่อบันทึกการประชุมคณะกรรมการ ที่กสม.ทำหนังสือขอไปจะบอกเหตุผลได้ดีที่สุด
เครือข่ายประชาชน ล้างหูรอฟังนายกฯชี้แจงกรณีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติตัด 7 กิจการรุนแรงออก เชื่อบันทึกการประชุมคณะกรรมการ ที่กสม.ทำหนังสือขอไปจะบอกเหตุผลได้ดีที่สุด
นายสุทธิ อัชฌาศัย แกนนำเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เปิดเผยถึงกรณี ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะชี้แจงกรณีที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(บอร์ดสิ่งแวดล้อม)จะทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร กรณีที่คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตัดโครงการที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงที่คณะกรรมการ 4 ฝ่าย เพื่อปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสองในกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2550 จาก 18 โครงการเหลือ 11 โครงการ ว่า เป็นเรื่องที่ดี ซึ่งทุกคนต่างก็อยากทราบเหตุผลว่าดังกล่าว รวมถึงอยากทราบว่า คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในบอร์ดสิ่งแวดล้อม ใช้หลักการและมาตรฐานอะไรตัดอีก 7 โครงการออก
“ตามหลักการแล้ว บอร์ดสิ่งแวดล้อมซึ่งมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทำงานอยู่ด้วยถือว่ามีภูมิสูงกว่าคณะกรรมการสี่ฝ่ายจะต้องมีความละเอียดในการทำงานมากกว่า และจะต้องทำหน้าที่เติมเต็มในส่วนที่คณะกรรมการสี่ฝ่ายเสนอเรื่องเข้าไปให้พิจารณา แต่นี่กลับมาตัดทอนสิ่งที่สำคัญทิ้งไป เราจึงอยากรู้ว่าเหตุผลที่แท้จริงที่ต้องตัดทิ้งคืออะไรบ้าง ซึ่งนอกเหนือจากที่นายกรัฐมนตรีจะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ก่อนหน้าที่เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกเดินทางไปยื่นหนังสือเรื่องนี้กับทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)นั้น ทราบว่า วันนี้ทางกสม.ได้ทำหนังสือขอบันทึกการประชุมในวันที่บอร์ดสิ่งแวดล้อมประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ด้วย ผมคิดว่า ในบันทึกการประชุมนั้นจะบอกเหตุผลเราได้ดีที่สุด”นายสุทธิ กล่าว
ทั้งนี้ มีรายงานว่า กรณีที่ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม ระบุว่า นอกจาก 2 กิจการที่เข้าข่ายว่าเป็นกิจการที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรง ใน 76 โครงการแน่นอนอยู่แล้วว่าจะต้องเพิกถอนใบอนุญาต หรือไปเริ่มต้นตามขั้นตอนกระบวนการใหม่ทั้งหมดนั้น ปรากฏว่าเมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่ายังมีอีก 5 โครงการนั้น ประกอบด้วย 1. โครงการผลิตเอทธิลีนออกไซด์และเอทธิลีนไกลคอล ของบริษัท ทีโอซี ไกลคอล ในนิคมเหมราชตะวันออกฯ 2. โครงการขยายกำลังการผลิตไวนีลคลอไรด์ โมโนเมอร์ ของบริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ในนิคมมาบตาพุด
3. โครงการผลิตเหล็ก ถลุง หลอมเหลวและโรงงานผลิตเหล็กแท่ง ของบริษัท AISCO RESOURCES PTE ต.แม่น้ำคู้ ปลวกแดง 4. โครงการท่าเทียบเรือ บริษัท มาบตาพุด แท็งค์เทอร์มินัล (ขุดลอกมากกว่า 100,000 ตารางเมตร) 5. โครงการท่าเทียบเรือ LNG (ขนสินค้า) สารก่อเมะเร็งกลุ่ม 1 ตามประกาศของ International Agency for Research on Cancer (IARC)







