
เศรษฐกิจก.พ.ฟื้นตัวต่อเนื่อง
หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขึ้นมาเป็น 3.4%
โดย...พรสวรรค์ นันทะ
หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขึ้นมาเป็น 3.4%ดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.พ.นี้ ว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อเนื่องอย่างชัดเจน
ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวว่า เศรษฐกิจได้แรงส่งจากภาคส่งออกที่ขยายตัวดีขึ้นในทุกหมวดสินค้าเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ประมาณ 3.6% มาจากความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นและราคาที่ดีขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งฟื้นตามการขยายตัวของการค้าโลก ซึ่งปีนี้กลับมาขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2553 สอดคล้องกับการนำเข้าที่ขยายตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 0.5% จากการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าทุน
ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าขยายตัวในเกือบทุกหมวด โดยมูลค่าขยายตัว 0.7% จากระยะเดียวกันปีก่อน และหากหักทองคำ มูลค่าการส่งออกขยายตัว 8.4% โดยเป็นการขยายตัวของทั้งปริมาณและราคา จากการส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางที่ขยายตัวดีจากราคาที่ปรับสูงขึ้นและอุปสงค์จากจีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากผู้นำเข้าจีนเร่งนำเข้าเพื่อสะสมสินค้าคงคลังที่ยังอยู่ในระดับต่ำ
สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และทัศนูปกรณ์ โดยเฉพาะแผงวงจรรวม (IC) ที่การส่งออกไปยังจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ขยายตัวดี ตามการนำไปใช้เป็นชิ้นส่วนในการผลิตสมาร์ทโฟน อุปกรณ์ ที่รองรับ Internet of Things (IoT) และชิ้นส่วนรถยนต์
สินค้าหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะแผงกำเนิดไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จากการที่ผู้ผลิตจีนย้ายฐานการผลิตมาไทยเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping) จากสหรัฐ และเครื่องปรับอากาศที่การส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ขยายตัวดีต่อเนื่อง
ทางด้านการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวดีโดยเฉพาะในหมวดสินค้าคงทน จากผลของการเปิดตัวรถรุ่นใหม่และรายได้ครัวเรือนที่ดีขึ้น โดยขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 1.4%
การใช้จ่ายภาครัฐชะลอลง แต่ยังขยายตัวจากปีก่อนและเป็นแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดีการลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัวติดลบ 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนยังจำกัดอยู่ในธุรกิจพลังงาน ธุรกิจภาคบริการ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก
“แต่ ธปท.เชื่อว่าการลงทุนภาคเอกชนในปีนี้จะปรับดีขึ้น โดยทั้งปีน่าจะขยายตัวที่ 2.4% ซึ่งไม่ได้สูงเกินไปเมื่อเทียบจากฐานปีที่แล้วที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งต้องยอมรับว่าเครื่องยนต์หลักทั้ง 4 ตัว การลงทุนภาคเอกชนน่าจะโตช้าที่สุด แต่ก็เชื่อว่าการลงทุนในครึ่งปีหลังจะดีขึ้นตามการส่งออกที่ฟื้นตัวได้ดีขึ้น และบวกกับการลงทุนภาครัฐที่จะมาลงในช่วงครึ่งปีหลัง” ดอน กล่าว
อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวหดตัว 3.2% จากระยะเดียวกันของปีก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียที่ลดลงหลังพ้นเทศกาลตรุษจีน นอกจากนี้จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ส่วนใหญ่นิยมขับรถมาท่องเที่ยวในไทยยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน และการอ่อนค่าของสกุลเงินริงกิต แต่ถ้าพิจารณาสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเฉลี่ยในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.นี้ เพื่อตัดผลของการเหลื่อมเดือนของเทศกาลตรุษจีน พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัว 1.6% ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2559 และเป็นการขยายตัวของนักท่องเที่ยวหลายสัญชาติ
สำหรับอัตราเงินเฟ้อนั้นปรับลดลงเล็กน้อย โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1.44% ลดลงจาก 1.55% ในเดือนก่อนตามการลดลงของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจากผลของฐานสูง เนื่องจากมีการปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตยาสูบในปีก่อน ประกอบกับราคาอาหารสดปรับลดลงหลังจากปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมาก สำหรับอัตราการว่างงานที่ปรับฤดูกาลอยู่ที่ 1.1% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1% ในเดือนก่อนเพราะมีแรงงานกลับเข้ามาหางานมากขึ้น
ดอน กล่าวว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลสูงตามดุลการค้าที่เกินดุลจากมูลค่าการส่งออกที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ในเดือน ก.พ.ดุลการค้าเกินดุล 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้เกินดุลบัญชีเดินสะพัด 5,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทั้งปี ธปท.ประมาณการว่าจะเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงที่ 3.69 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสะท้อนเศรษฐกิจที่ดี ทำให้การดุลดังกล่าวกดดันต่อค่าเงินบาทในระยะต่อไป บวกกับนักลงทุนต่างชาติก็ยังนำเงินเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง และนักลงทุนยังมองเงินบาทเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Heaven) ด้วย







