posttoday
ประเมินเกษตรไทย4.0

ประเมินเกษตรไทย4.0

31 มีนาคม 2560

โดย...รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเมื่อวันพุธที่ 29 มี.ค. 2560 ผมได้ไปบรรยายเรื่อง “การปรับตัวของเกษตรกรไทยในยุคประเทศไทย 4.0” ในงานสัมมนาของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งมีการประเมินว่า สถานะของสินค้าเกษตรไทยปี 2560 นั้นอยู่ในระดับใดของเกษตรกรรม 4.0 รวมทั้งเศรษฐกิจการผลิตของแต่ละสินค้าเกษตร (การผลิต ต้นทุน และรายได้) เป็นอย่างไรหลักเกณฑ์มีว่า “เกษตรกรรม 4.0” ประกอบด้วย การทำน้อยได้มาก แปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม สินค้ามีคุณภาพปลอดภัย เข้าถึงข้อมูลและข่าวสาร ปรับการผลิตเพื่อสนองตลาด ทำตลาดเองได้มีอำนาจต่อรองและรักษาสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้นก็เก็บข้อมูล 1,000 ตัวอย่าง เพื่อประเมินสถานะของสินค้าเกษตรไทยว่า มีสถานะเป็นเกษตรอยู่ในระดับใด รวมทั้งการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มเกษตรกรที่โดดเด่นเพื่อประเมินผลทั้งนี้ สำรวจจากสินค้าเกษตรประเภทผัก ผลไม้ พืชไร่ และปศุสัตว์จำนวน 14 ประเภท คือ ต้นหอม เมลอน มะม่วง มะขาม ฝรั่ง มะพร้าว กล้วยหอม ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา น้ำมันปาล์ม สุกร โคเนื้อและไก่ โดยตั้งเป็นคะแนน 4 ระดับ เพื่อให้ตรงกับระดับการพัฒนาเก

โดย...รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

เมื่อวันพุธที่ 29 มี.ค. 2560 ผมได้ไปบรรยายเรื่อง “การปรับตัวของเกษตรกรไทยในยุคประเทศไทย 4.0” ในงานสัมมนาของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งมีการประเมินว่า สถานะของสินค้าเกษตรไทยปี 2560 นั้นอยู่ในระดับใดของเกษตรกรรม 4.0 รวมทั้งเศรษฐกิจการผลิตของแต่ละสินค้าเกษตร (การผลิต ต้นทุน และรายได้) เป็นอย่างไร

หลักเกณฑ์มีว่า “เกษตรกรรม 4.0” ประกอบด้วย การทำน้อยได้มาก แปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม สินค้ามีคุณภาพปลอดภัย เข้าถึงข้อมูลและข่าวสาร ปรับการผลิตเพื่อสนองตลาด ทำตลาดเองได้มีอำนาจ
ต่อรองและรักษาสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้นก็เก็บข้อมูล 1,000 ตัวอย่าง เพื่อประเมินสถานะของสินค้าเกษตรไทยว่า มีสถานะเป็นเกษตรอยู่ในระดับใด รวมทั้งการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มเกษตรกรที่โดดเด่นเพื่อประเมินผล

ทั้งนี้ สำรวจจากสินค้าเกษตรประเภทผัก ผลไม้ พืชไร่ และปศุสัตว์จำนวน 14 ประเภท คือ ต้นหอม เมลอน มะม่วง มะขาม ฝรั่ง มะพร้าว กล้วยหอม ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา น้ำมันปาล์ม สุกร โคเนื้อและไก่ โดยตั้งเป็นคะแนน 4 ระดับ เพื่อให้ตรงกับระดับการพัฒนาเกษตรที่มี 4 ระดับ แต่ผมคิดว่าเนื้อที่ของบทความคงไม่สามารถนำเสนอสินค้าได้ครบทั้ง 14 ชนิด เอาเท่าที่สามารถนำเสนอได้ก็แล้วกันนะครับ

ขอเริ่มจากกลุ่มผักและผลไม้ก่อนครับ “ต้นหอม” สามารถผลิตได้ 6 ตัน/ไร่/ปี หากทำเป็นเกษตร 4.0 จะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีก 50% ต้นทุน 1.8 แสนบาท/ไร่/ปี รายได้ 2.1 แสนบาท/ไร่/ปี แสดงว่า ใน 1 ปี มีรายได้หลังหักต้นทุนแล้วเหลือไร่ละ 3 หมื่นบาท หากทำเป็นเกษตร 4.0 รายได้จะเพิ่มอีก 128% สถานะของสินค้าต้นหอมอยู่ที่เพียง 1.4 เท่านั้น สิ่งที่ต้องทำหากจะเป็นเกษตร 4.0 คือ วางแผนการผลิตให้สามารถมีผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ลดความเสี่ยงด้วยการหาตลาดต่างประเทศและสร้างมูลค่าเพิ่มจากการแปรรูป

สินค้าต่อไปคือ “เมลอน” พบว่า 1 โรงเรือนให้ผลผลิต 4 ตัน ต้นทุนต่อโรงเรือน 6 หมื่นบาทต่อปี และสร้างรายได้ 1.6-2.8 แสนบาท/ปี/โรงเรือน ผลการประเมินพบว่า อยู่ที่ระดับ 1.9 หากต้องการพัฒนาขึ้นไปในระดับเกษตร 4.0 ผลผลิตต่อไร่จะเพิ่มขึ้นอีก 50% และต้นทุนเพิ่มอีก 100% แต่รายได้เพิ่มขึ้นเพียง 40% เท่านั้น “มะม่วง” มีคะแนนอยู่ที่ 1.4 ส่วนเศรษฐกิจการผลิตของเกษตรกรมะม่วง พบว่า 1 ไร่ ได้ 2 ตัน ต้นทุน 4 หมื่นบาท/ไร่/ปี และมีรายได้ปีละ 5 หมื่นบาท/ปี “มะขามหวาน” มีคะแนนอยู่ที่ 1.6 เช่นเดียวกับ “ฝรั่ง” ที่มีคะแนนอยู่ที่ 1.6 เท่านั้น

การแปรรูปและความสามารถของเกษตรที่จะเป็นเกษตร 4.0 เป็นประเด็นที่ต้องพัฒนากันต่อไป “มะพร้าวน้ำหอม” ได้คะแนนอยู่ที่ 1.7 ใน 1 ไร่ ได้ 6,400 ลูก มีต้นทุนการผลิต 6,000 บาท/ไร่/ปี และสร้าง
รายได้อยู่ที่ 1.28 แสนบาท/ไร่/ปี “กล้วย” คะแนนอยู่ที่ 2 พอดี โดยใน 1 ไร่นั้น สามารถผลิตได้  6 ตัน มีต้นทุนในการผลิตเท่ากับ 2.5 หมื่นบาท/ไร่/ปี และสร้างรายได้อยู่ที่ 8 หมื่นบาท/ไร่/ปี เมื่อประมวลรวมในกลุ่มผักและผลไม้พบว่า สถานะของเกษตรกรไทยอยู่ที่ 1.7

สำหรับหมวดพืชไร่ “ข้าว” มีคะแนนอยู่ที่ 1.6 ผลผลิตโดยเฉลี่ยเท่ากับ 450 กิโลกรัม/ไร่ มีต้นทุนการผลิต 4,500 บาท/ไร่ และรายได้เท่ากับ 3,735 บาท/ไร่ หากมีการปรับเป็นเกษตร 4.0 ผลผลิตและ
รายได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเท่ากันคือ 14% การเพาะปลูกและตัวชาวนาเป็นปัญหาหลักของจะเป็น 4.0 ส่วน “มันสำปะหลัง” อยู่ระดับที่ 2.3 ได้ผลผลิตต่อไร่ 7 ตัน/ฤดูการผลิต มีต้นทุนการผลิต 3,500 บาท/ไร่/ฤดูการผลิต สามารถสร้างรายได้ 1.2 หมื่นบาท/ฤดูการผลิต ปัญหาหลักของการจะเป็นเกษตร 4.0 ของมันสำปะหลัง คือ การแปรรูป สำหรับ “ปาล์มน้ำมัน” อยู่ที่ระดับ 2.3 ถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคะแนนของพืชไร่อื่นๆ ขณะที่ “ยางพารา” อยู่ที่ 2.6 มีผลผลิตต่อไร่ 640 กก./ไร่  ต้นทุนการผลิตอบอยู่ที่ 2.5 หมื่นบาท/ไร่ และมีรายได้ 4.5 หมื่น/ไร่ หากเป็นเกษตร 4.0 รายได้และผลผลิตจะเพิ่มขึ้นอีก 15% โดยการใช้ระบบการกรีดยางแบบอัตโนมัติ

โดยรวมการประเมินการเป็นเกษตร 4.0 ของกลุ่มพืชไร่มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 2.3 ซึ่งถือว่าสูงกว่ากลุ่มผักและผลไม้ ดังนั้น ผมขอสรุปว่าหากเกษตรกรไทยต้องการยกระดับก้าวขึ้นไปเป็นเกษตรแบบ 4.0 นั้น จะต้องมีการปรับตัวทั้งระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ส่วนรายละเอียดต่างๆ ว่าจะมีวิธีการปรับตัวอย่างไรนั้น เนื้อที่อาจไม่พอ ต้องรบกวนสอบถามเข้ามาที่ศูนย์ฯ ผมได้ครับ 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน