
เงินบาทโคม่า เร่งแผนฉุกเฉินรับมือ
...ทีมข่าวการเงิน
เงินร้อนไหลเข้าตลาดเงินตลาดทุนในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงถึง 580 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท
แยกเป็นไหลเข้าสุทธิในตลาดหลักทรัพย์อย่างน้อย 300 ล้านเหรียญสหรัฐ และทะลวงตลาดพันธบัตรอีก 280 ล้านเหรียญสหรัฐ
แรงดึงดูดของทุนนอกที่เข้าตลาดหุ้น มาจากสองปัจจัย หลักๆ คือราคาหุ้นต่ำกว่าพื้นฐานมาก และตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างพลิกความคาดหมาย
เมื่อเข้ามาทำกำไรจากราคาหุ้นที่ทะยานขึ้นแล้ว ยังฟาดส่วนต่างค่าเงินที่แข็งวันละ510 สตางค์ ก็ยิ่งสร้างผลกำไรตอนขนเงินกลับ
เงินบาทแข็งค่าน่าสิ่วน่าขวานมากที่สุด คือเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ถือเป็นวันโลกาวินาศ เมื่อเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นวันเดียวทะลักกว่า 3,000 ล้านบาท
มูลค่าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ พุ่งพรวดไป 6 หมื่นล้านบาท หนาแน่นสุดในรอบ 4 ปี
ส่งค่าเงินบาทแข็งเกือบหลุด 31.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นอัตราที่แข็งค่าสุดในรอบ 13 ปี นับจากวิกฤตเศรษฐกิจ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดดเข้ามาแทรกแซงตลาด แต่ก็ทำได้แค่การชะลอไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเร็วแบบวันต่อวัน
เพราะในความเป็นจริงเงินทุนต่างชาติยังไหลเข้ามาเก็งกำไรต่อเนื่อง จนนักวิเคราะห์ประเมินว่าปลายปีนี้หลุดไปถึง 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐแน่
ล่าสุด นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ก.ย.หรือ 10 ก.ย.นี้ ส.อ.ท. จะเรียกสมาชิกที่ได้รับผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบจากการแข็งค่าของเงินบาทมาหารือ เพื่อประเมินว่าในแต่ละภาคอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ก่อนเสนอให้รัฐบาลเข้ามาดูแลค่าเงินบาท
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ อุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบในประเทศและมีการแข่งขันในตลาดสูง ได้แก่ กลุ่มเกษตร อาหาร และเครื่องนุ่งห่ม เพราะมีผลกำไรเพียง 510% ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าถึง 7% เท่ากับอัตรากำไรน้อยลง
“
ขอให้ ธปท.ช่วยดูแลค่าเงินอย่าให้แข็งค่าเร็วมาก ไม่ให้ผันผวน และให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวเกาะกลุ่มกับเงินสกุลภูมิภาคไม่ให้แข็งค่าเกินประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และจีน ซึ่งเงินบาทระดับ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐยังพอปรับตัวได้ แต่หากอยู่ระดับ 3233 บทต่อเหรียญสหรัฐ จะดีมาก แต่เชื่อว่าเป็นเรื่องยาก” นายพยุงศักดิ์ ระบุขณะที่ นายดุสิต นนทะนาคร ประธาน หอการค้าไทย ประเมินว่า ธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลาง มีการปิดประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้แล้ว ยกเว้นรายเล็กน่าเป็นห่วง
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทวันที่ 7 ก.ย. ลดแรงกดดันลงไป โดยปิดตลาดอ่อนค่าเหลือ 31.18/20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ค่าเงินบาทวันที่ 7 ก.ย. อ่อนค่าสูงสุดที่ 31.26 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากมีข่าวลือว่าทางการอาจจะออกมาตรการมาดูแลค่าเงินบาท ทำให้คนก็กลับมาซื้อ แต่เมื่อทิ้งช่วงไปนานๆ เริ่มคิดว่าน่าจะเป็นแค่ข่าวลือ ทำให้กลับมาขายเงินเหรียญสหรัฐต่อในช่วงท้ายตลาด
ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติ กลับมาเป็นผู้ขายสุทธิในตลาดหุ้นวันที่ 7 ก.ย. จำนวน 509 ล้านบาท อาจจะเป็นตัวแปรทำให้ค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าชั่วคราว
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวจากนักค้าเงิน ระบุว่า ธปท.ได้เข้าแทรกแซงค่าเงินในวันที่ 7 ก.ย.ด้วย
นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. ยืนยันว่า การอ่อนค่าของเงินบาทในไม่ได้เกิดจากที่ ธปท.เข้าไปดูแลในตลาด แต่เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ เนื่องจากความกังวลต่อภาคธนาคารในยุโรป หลังจากผลทดสอบฐานะความแข็งแกร่งล่าสุดออกมาไม่ดีนัก
หลังจากนี้คงต้องจับตาค่าเงินบาทให้ดี ว่าจะเข้าห้องไอซียูหรือไม่ ...







