posttoday
กูรูชี้หุ้นไทยภาวะชะงัก

กูรูชี้หุ้นไทยภาวะชะงัก

24 มีนาคม 2560

กูรูชี้เม็ดเงินนอกใกล้หมด นักลงทุนต้องทำการบ้านหนัก มูลค่าหุ้นจะกลับสู่พื้นฐาน มองแนวรับ 1,550 จุดนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า มีความชัดเจนมากขึ้นที่ตลาดหุ้นไทยถึงจุดที่เม็ดเงินต่างชาติลดลง หลังสภาพคล่องที่เคยล้นโลกกำลังใกล้หมด เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว และมาตรการการอัดสภาพคล่องอย่างคิวอีของยุโรปและญี่ปุ่นใกล้จะหมดลง ดอกเบี้ยก็อยู่ในช่วงขาขึ้น และเงินกำลังเฟ้ออย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนการซื้อขายจากนักลงทุนกลุ่มในประเทศเป็นหลัก แต่เชื่อว่าการลงทุนหุ้นไทยยาก เพราะปีที่ผ่านมาซื้อขายหุ้นบนราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่อยู่ในระดับสูงมาก ซึ่งทุกอย่างจะไหลกลับเข้าสู่พื้นฐานที่แท้จริง โดยปีนี้การเคลื่อนไหวของหุ้นไทยจะไม่ได้เติบโตเท่ากับตลาดเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์ เพราะปีที่ผ่านมาหุ้นไทยขึ้นมาแล้วกว่า 20%"หุ้นไทยอยู่ช่วงชะงักงันและคิดว่าแนวรับที่ 1,550 จุด น่าจะรับอยู่ เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจภายในประเทศน่าจะมีการเติบโตที่ดีขึ้น เพราะเริ่มเห็นผลสิ่งที่รัฐบาลได้กระตุ้นเศรษฐกิจจากการลง

กูรูชี้เม็ดเงินนอกใกล้หมด นักลงทุนต้องทำการบ้านหนัก มูลค่าหุ้นจะกลับสู่พื้นฐาน มองแนวรับ 1,550 จุด

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า มีความชัดเจนมากขึ้นที่ตลาดหุ้นไทยถึงจุดที่เม็ดเงินต่างชาติลดลง หลังสภาพคล่องที่เคยล้นโลกกำลังใกล้หมด เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว และมาตรการการอัดสภาพคล่องอย่างคิวอีของยุโรปและญี่ปุ่นใกล้จะหมดลง ดอกเบี้ยก็อยู่ในช่วงขาขึ้น และเงินกำลังเฟ้อ

อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนการซื้อขายจากนักลงทุนกลุ่มในประเทศเป็นหลัก แต่เชื่อว่าการลงทุนหุ้นไทยยาก เพราะปีที่ผ่านมาซื้อขายหุ้นบนราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่อยู่ในระดับสูงมาก ซึ่งทุกอย่างจะไหลกลับเข้าสู่พื้นฐานที่แท้จริง โดยปีนี้การเคลื่อนไหวของหุ้นไทยจะไม่ได้เติบโตเท่ากับตลาดเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์ เพราะปีที่ผ่านมาหุ้นไทยขึ้นมาแล้วกว่า 20%

"หุ้นไทยอยู่ช่วงชะงักงันและคิดว่าแนวรับที่ 1,550 จุด น่าจะรับอยู่ เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจภายในประเทศน่าจะมีการเติบโตที่ดีขึ้น เพราะเริ่มเห็นผลสิ่งที่รัฐบาลได้กระตุ้นเศรษฐกิจจากการลงทุนโครงการก่อสร้างพื้นฐาน ตอนนี้เริ่มจะเห็นผลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่แท้จริง จากนี้ก็ต้องติดตามดูว่าภาคเอกชนจะเกิดการลงทุนตามมาหรือไม่ แต่นักลงทุนต้องเข้าใจว่าอัตรากำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปีนี้จะเติบโตลดลงเพียง 5-10% เท่านั้น จากปีก่อนโตกว่า 20%" นางภัทธีรา กล่าว

ทั้งนี้ นักลงทุนจะต้องขยันทำการบ้านเพื่อคัดเลือกหุ้นรายตัว จะซื้อขายหุ้นระยะสั้นตามเม็ดเงินต่างชาติไม่ได้ โดยเลือกซื้อขายหุ้นที่มีพี/อีต่ำ มีปัจจัยพื้นฐานดีและอิงกับการลงทุนภายในประเทศหรือการขึ้นของอัตราดอกเบี้ย อย่างกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ส่วนเรื่องการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในอังกฤษไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย

ดัชนีหุ้นไทยปิด 1,568.72 จุด เพิ่มขึ้น 2.06จุด หรือ 0.13% มูลค่าการซื้อขาย 38,378 ล้านบาท 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน