
กลต.ระบุโทษเลขาธิการ
“ก.ล.ต.” เปลี่ยนพึ่งอำนาจศาลแพ่งสั่งประชุมผู้ถือหุ้นแทนสั่งปลดกรรมการ บจ.โดยตรงหากทำให้บริษัทเสียหาย พร้อมระบุโทษเลขาธิการนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงรายละเอียดเพิ่มเติมการจัดทำร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. ... ซึ่งเป็นการปรับแก้เพิ่มเติมจาก พ.ร.บ.ฉบับใหม่ที่เพิ่งปรับแก้ไปเมื่อปี 2559 ว่า มีแนวโน้มทางสำนักงานจะเลือกขออำนาจศาลแพ่งในการสั่งให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเกิดขึ้น เพื่อคืนอำนาจให้กับผู้ถือหุ้นในกรณีที่กรรมการหรือฝ่ายบริหารทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) เกิดความเสียหายและส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น และฝ่ายบริหารไม่สามารถทำให้เกิดการจัดประชุมผู้ถือหุ้นเกิดขึ้นได้ มากกว่าที่จะเลือกไปในทางที่ให้อำนาจกับ ก.ล.ต.สามารถปลดกรรมการ บจ.โดยตรง“มาตรการนี้จะเกิดการบังคับใช้ต้องเห็นว่ามีผลเสียที่เกิดขึ้นกับ บจ. และส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นรายย่อย อีกทั้งเห็นว่ามีความพยายามที่จะทำให้เกิดการจัดการประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ และ ก.ล.ต.มองว่าน่าจะใช้มาตรการนี้เป็นหนทางสุดท้ายเพื่อปลดล็อกปัญหาต่างๆ เพื่อ
“ก.ล.ต.” เปลี่ยนพึ่งอำนาจศาลแพ่งสั่งประชุมผู้ถือหุ้นแทนสั่งปลดกรรมการ บจ.โดยตรงหากทำให้บริษัทเสียหาย พร้อมระบุโทษเลขาธิการ
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงรายละเอียดเพิ่มเติมการจัดทำร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. ... ซึ่งเป็นการปรับแก้เพิ่มเติมจาก พ.ร.บ.ฉบับใหม่ที่เพิ่งปรับแก้ไปเมื่อปี 2559 ว่า มีแนวโน้มทางสำนักงานจะเลือกขออำนาจศาลแพ่งในการสั่งให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเกิดขึ้น เพื่อคืนอำนาจให้กับผู้ถือหุ้นในกรณี
ที่กรรมการหรือฝ่ายบริหารทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) เกิดความเสียหายและส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น และฝ่ายบริหารไม่สามารถทำให้เกิดการจัดประชุมผู้ถือหุ้นเกิดขึ้นได้ มากกว่าที่จะเลือกไปในทางที่ให้อำนาจกับ ก.ล.ต.สามารถปลดกรรมการ บจ.โดยตรง
“มาตรการนี้จะเกิดการบังคับใช้ต้องเห็นว่ามีผลเสียที่เกิดขึ้นกับ บจ. และส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นรายย่อย อีกทั้งเห็นว่ามีความพยายามที่จะทำให้เกิดการจัดการประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ และ ก.ล.ต.มองว่าน่าจะใช้มาตรการนี้เป็นหนทางสุดท้ายเพื่อปลดล็อกปัญหาต่างๆ เพื่อคืนอำนาจให้ผู้ถือหุ้น โดยให้ศาลสั่งจัดประชุมผู้ถือหุ้นได้ วิธีการจะคล้ายกับมาตรการขอให้ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งจะดีกว่าใช้บทลงโทษในการเอาผิดกับกรรมการบริษัท เนื่องจากใช้เวลาในการพิจารณาโทษเป็นระยะเวลานานถึง 3 ศาลด้วยกัน” นายรพี กล่าว
ทั้งนี้ เรื่องการปลดกรรมการ บจ.ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ยังคงเป็นหนึ่งในแผนที่เตรียมเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ก.ล.ต.พิจารณาอยู่ แต่โดยหลักการสำนักงานจะเลือกเสนอขอพึ่งอำนาจศาลมากกว่า ซึ่งทั้งหมดสำนักงานอยู่ระหว่างทบทวนมาตรการต่างๆ ก่อนที่จะเสนอบอร์ดภายในสิ้นเดือน มี.ค.นี้
อย่างไรก็ดี ร่าง พ.ร.บ.ฉบับที่ 6 เป็นสิ่งที่ ก.ล.ต.ได้เสนอไปยังกระทรวงการคลังมาตั้งแต่กลางปี 2559 ที่ผ่านมา และมีการตีกลับมาให้สำนักงานแก้ไขอยู่ 3 เรื่องหลัก คือ เรื่องแรก กรรมการทำให้ บจ.เสียหายข้างต้น เรื่องที่สอง การระบุความผิดและบทลงโทษของเลขาธิการและกรรมการของ ก.ล.ต. หากมีการกระทำความผิด เช่น การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การทำหน้าที่โดยไม่สุจริต แต่โดยรวมคือการนำหลักธรรมาภิบาลมากำหนดความผิดและบทลงโทษให้มีความชัดเจนขึ้น ซึ่งโดยหลักยังล้อความผิดและบทลงโทษตามการดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เดิมเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต.เหมือนเป็นกึ่งหน่วยงานราชการที่หากมีความผิดต้องได้รับโทษทางอาญา
เรื่องที่สาม คือ การเพิ่มเป้าหมายการทำงานของ ก.ล.ต.ในการดำเนินการให้ชัดเจนในแผน 1 ปี และ 3-5 ปี ว่าจะดำเนินการเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานหน้าที่เป็นหน่วยงานกำกับตัวเอง (SRO) เช่น การดูแลการส่ง คำสั่งซื้อขายของ บล. การขึ้นเครื่องหมายแต่การเป็นตัวกลางให้เกิดการซื้อขายไม่ต้องรายงานกับทางสำนักงาน
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เห็นด้วยกับเกณฑ์ที่ ก.ล.ต.ใช้อำนาจทำให้ บจ.บางแห่งสามารถแก้ไขข้อติดขัดที่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ หากมีปัญหาภายในและส่งผลกระทบต่อผู้ลงทุน
“เข้าใจว่าต้องการแก้ข้อติดขัดที่เกิดขึ้นกับ บจ. เพราะหลายครั้งที่เกิดปัญหาขึ้น เช่น การปั่นหุ้น เกิดปัญหาภายในบจ. หรือคุณภาพของ บจ. มีข้อติดขัดเกิดขึ้นแล้ว ก.ล.ต.ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่หนทางนี้ทำให้แก้ไขให้คลี่คลายไปได้แต่ต้องระวังในการใช้อำนาจหรือเกณฑ์บางอย่างที่ทำให้เกิดอุปสรรคต่อกลุ่มหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำดีอยู่แล้ว เช่น การเปิดเผยข้อมูลของ บจ.” นางภัทธีรา กล่าว
บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC) แจ้งรายชื่อกรรมการที่ผู้ถือหุ้นเสนอมาทดแทนกรรมการเดิมที่ออกตามวาระคือ 1.นายพิชญะ อุทัยรัตน์ 2.นายวิภู มหารักขกะ 3.นายสุกิจ อังสุวรรณ 4.พล.ต.นพรัตน์ แป้นแก้ว 5.นายสมชาย สกุลสุรรัตน์ 6.พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ 7.นายปริญญา วิญญรัตน์ โดยบริษัทจะนำรายชื่อของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเข้าเป็นกรรมการเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 วันที่ 18 เม.ย. 2560
ราคาหุ้น IFEC อยู่ที่ 3.10 บาท โดยถูกขึ้นเครื่องหมาย SP และ NP ห้ามซื้อขายหุ้นชั่วคราวและรอข้อมูล







