posttoday
มูลค่าและโครงสร้าง ค้าปลีกค้าส่งในปัจจุบัน(จบ)

มูลค่าและโครงสร้าง ค้าปลีกค้าส่งในปัจจุบัน(จบ)

24 มีนาคม 2560

จากมูลค่าของตลาดการบริโภคค้าปลีกในไทยปัจจุบันที่มีมูลค่าถึง 3.2 ล้านล้านบาท ที่พูดถึงไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สัปดาห์นี้จะมาพูดถึงโครงสร้างอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตจากประสบการณ์ของผู้เขียน ผู้เขียนมีความเห็นว่าโครงสร้างค้าส่งไทยในสถานการณ์ปัจจุบันน่าจะสามารถแบ่งเป็น 3 แถว ดังนี้แถวหนึ่ง ก็เป็นโมเดิร์นเทรดหรือค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ ตามที่คณะกรรมาธิการ การพาณิชย์ การอุตสาหกรรมและการแรงงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาตินิยาม ซึ่งประกอบด้วยค้าปลีกที่มีลักษณะที่เป็น Modern Chain Store และรวมศูนย์การบริหารจัดการอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก ซึ่งน่าจะมียอดขายเป็นสัดส่วนราว 32% ของมูลค่าการบริโภคค้าปลีกค้าส่ง ซึ่งห้างค้าปลีกค้าส่งในแถวหนึ่งนี้ ส่วนใหญ่มุ่งเน้นการขยายสู่ต่างประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน CMLV เป็นหลัก การขยายสาขาในประเทศคงไม่มุ่งเน้นเหมือนอย่างที่ผ่านๆ มาแถวสอง ก็จะเป็นค้าปลีกค้าส่งที่กำลังพัฒนาในต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้นำค้าปลีกค้าส่งในจังหวัดตัวเองเป็นหลัก ที่มีการขยายสาขาและมียอดขายต่อบริษัทระหว่าง 1,000-5,000 ล้านบาท อาทิ บริษัท ตั้งงี่สุ่น ซูเปอร์สโตร์ อุดรธานี, ยงสงวน อุบลราชธานี, ธนพิร

จากมูลค่าของตลาดการบริโภคค้าปลีกในไทยปัจจุบันที่มีมูลค่าถึง 3.2 ล้านล้านบาท ที่พูดถึงไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สัปดาห์นี้จะมาพูดถึงโครงสร้างอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต

จากประสบการณ์ของผู้เขียน ผู้เขียนมีความเห็นว่าโครงสร้างค้าส่งไทยในสถานการณ์ปัจจุบันน่าจะสามารถแบ่งเป็น 3 แถว ดังนี้

แถวหนึ่ง ก็เป็นโมเดิร์นเทรดหรือค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ ตามที่คณะกรรมาธิการ การพาณิชย์ การอุตสาหกรรมและการแรงงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาตินิยาม ซึ่งประกอบด้วยค้าปลีกที่มีลักษณะที่เป็น Modern Chain Store และรวมศูนย์การบริหารจัดการอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก ซึ่งน่าจะมียอดขายเป็นสัดส่วนราว 32% ของมูลค่าการบริโภคค้าปลีกค้าส่ง ซึ่งห้างค้าปลีกค้าส่งในแถวหนึ่งนี้ ส่วนใหญ่มุ่งเน้นการขยายสู่ต่างประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน CMLV เป็นหลัก การขยายสาขาในประเทศคงไม่มุ่งเน้นเหมือนอย่างที่ผ่านๆ มา

แถวสอง ก็จะเป็นค้าปลีกค้าส่งที่กำลังพัฒนาในต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้นำค้าปลีกค้าส่งในจังหวัดตัวเองเป็นหลัก ที่มีการขยายสาขาและมียอดขายต่อบริษัทระหว่าง 1,000-5,000 ล้านบาท อาทิ บริษัท ตั้งงี่สุ่น ซูเปอร์สโตร์ อุดรธานี, ยงสงวน อุบลราชธานี, ธนพิริยะ เชียงราย, เซ็นโทซ่า ขอนแก่น, ส.ล. โฮลเซล สกลนคร, ร้อยเอ็ดไฮเปอร์มาร์ท, ซุปเปอร์ชีป ภูเก็ต, สหไทย นครศรีธรรมราช ห้างทวีกิจ บุรีรัมย์ เป็นต้น ซึ่งมีราว 150-200 บริษัท และน่าจะมียอดขายเป็นสัดส่วนราว 12-15% ของมูลค่าการบริโภคค้าปลีกค้าส่ง สำหรับค้าปลีกค้าส่งในแถวสองนี้ ที่ผ่านสมรภูมิการปรับตัวต่อสู้กับแถวบนมาในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา เริ่มเรียนรู้และปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการสมัยใหม่และพร้อมจะเติบโตขยายสาขาออกนอกจังหวัดนอกอำเภอ และจะกลายเป็นผู้นำค้าปลีกค้าส่งในแต่ละท้องถิ่น

ส่วนแถวที่สาม ซี่งมีสัดส่วนราว 53-55% ของมูลค่าการบริโภคค้าปลีกค้าส่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าอิสระขนาดเล็ก ถ้าจะมีสาขาก็ไม่มาก ที่เราเรียกกันว่าร้านขายของชำ ร้านโชห่วย ซึ่งก็ไม่ได้ล้มหายตายจากอย่างที่คณะกรรมาธิการ การพาณิชย์ การอุตสาหกรรมและการแรงงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติเข้าใจอย่างผิดๆ จากข้อมูลที่ผู้เขียนได้รับประมาณการจำนวนร้านค้าในแถวสามนี้น่าจะมีราว 3 แสนร้านค้าที่มีหน้าร้านเป็นที่เป็นทางและอีกราว 2 แสนร้านค้าที่เป็นลักษณะเพิงและมุมขายของ

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน