
ครม.ไฟเขียวคมนาคม เพิ่ม2เส้นทางรถไฟจีน
โพสต์ทูเดย์
— ครม.ผ่านกรอบเจรจารถไฟไทยจีน 5 เส้นทางนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกรอบการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีวัตถุประสงค์ของการเจรจา เพื่อให้มีกรอบการเจรจาในการสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างไทยจีน ซึ่งอาจนำไปสู่การกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือต่อไป
สำหรับกรอบการเจรจาจากเดิมมี 3 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯหนองคาย ระยะทาง 615 กม. เส้นทางกรุงเทพฯระยอง ระยะทาง 221 กม. เริ่มต้นจากมักกะสันฉะเชิงเทราระยอง และเส้นทางกรุงเทพฯปาดังเบซาร์ ระยะทาง 982 กม.
อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมได้เพิ่มอีก 2 เส้นทาง คือ เส้นทางกรุงเทพฯเชียงใหม่ และเส้นทางกรุงเทพฯอุบลราชธานี ซึ่ง ครม.ก็ได้เห็นชอบตามที่เสนอ เนื่องจากมองว่าเป็นเส้นทางที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ส่วนการดำเนินการจะตกลงสร้างเส้นทางใด ขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่จะมีร่วมกันต่อไป โดยจะต้องมีการนำกรอบการเจรจาเสนอเข้าหารือในสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญอีกครั้ง
ในส่วนกรณีที่คณะกรรมการ หรือบอร์ด บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) มีมติโยกย้ายผู้บริหาร ทอท.บางคน กรณีอนุมัติให้บริษัท แป้งร่ำ รีเทล เข้ามารับสัมปทานบริหารพื้นที่ลานจอดรถระยะยาว เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในโครงการสุวรรณภูมิสแควร์ ว่าเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในสังกัดกระทรวงคมนาคมดูเป็นตัวอย่าง เพราะการดำเนินการที่เกี่ยวกับการลงทุนควรรายงานให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบทราบ ไม่ใช่เกิดปัญหาแล้วเพิ่งมารายงานเรื่องนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนได้นำไปคิด เพราะเมื่อเกิดความเสียหายรัฐมนตรีที่รับผิดชอบก็จะเสียหายด้วยเช่นกันอย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้ได้มีการยกเลิกสัญญาดังกล่าว พร้อมลงโทษและตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วก็ตาม แต่ถือว่าความเสียหายในเรื่องดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นสามารถระงับได้ทัน ทั้งแป้งร่ำและทอท. ถือว่ายังไม่เกิดผลกระทบต่อราชการแต่อย่างใด ฉะนั้นทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการลงทุนไม่ว่ามากหรือน้อยควรรายงานให้ต้นสังกัดทราบด้วย
“
ที่เห็นว่ามีความจำเป็นให้หน่วยงานรายงานให้รัฐมนตรีทราบ เพราะหากเกิดข้อสงสัย เป็นกระทู้ถามตอบในที่ประชุมรัฐสภา ผมก็ต้องชี้แจงให้ได้ อะไรที่เกี่ยวข้องกับเราก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนกรณีที่ นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานบอร์ดทอท.ไม่ปลด นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ออกจากตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ทอท.ถือเป็นเรื่องของบอร์ด” นายโสภณ กล่าวแหล่งข่าวจากทอท.กล่าวว่า พื้นที่โครงการสุวรรณภูมิสแควร์นั้น เดิมมีผู้ที่ต้องการจะเข้ามาเช่าพื้นที่ทำกิจการเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นบริษัทเดียวกันหรือไม่อย่างไร แต่เมื่อมีการตีความตามอำนาจทางฝ่ายบริหารเห็นว่า มีอำนาจตัดสินใจได้จึงเดินหน้าทำ และเกิดปัญหาดังกล่าว ซึ่งเอกชนอาจเห็นว่า ราคาเช่าพื้นที่นั้นมีราคาถูกจึงต้องการ แม้ว่าจะติดปัญหา สายไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคใต้ดิน เอกชนก็รับที่จะแก้ไขเองด้วย และเห็นว่าการประกอบธุรกิจดังกล่าวไม่ซ้ำกับกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ เนื่องจากเจาะกลุ่มลูกค้าคนละส่วนกัน
“
ในส่วนนี้ทางฝ่ายสุวรรณภูมิได้ตอบตกลง และเห็นว่าเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท จึงได้ดำเนินการตามที่เป็นข่าว อย่างไรก็ดี ตามแผนพัฒนาธุรกิจสนามบินของทอท.ทุกแห่งจะมีการปรับค่าเช่าที่ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในเดือนต.ค.นี้ จากเดิมที่ค่าเช่าในต่างจังหวัด 7 บาท/ตรม./เดือน อาจปรับเพิ่มหรือคิดค่าเช่าเท่าเดิม ทั้งนี้ขึ้นกับศักยภาพแต่ละแห่ง”แหล่งข่าวทอท. กล่าว






