posttoday
เมอร์เซเดส เบนซ์ อี 250 CDI ประหยัด แรงเกินตัว

เมอร์เซเดส เบนซ์ อี 250 CDI ประหยัด แรงเกินตัว

08 กันยายน 2553

....นิธิ ท้วมประถม

“ทำไมประหยัดจัง”

ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวของผมทันที เมื่อสายตาเหลือบไปมองตัวเลขการคำนวณอัตราการสิ้นเปลืองของเจ้าเมอร์เซเดส เบนซ์ อี 250 ซีดีไอ บลูเอฟฟิเชียนซี เอเลแกนซ์ (E 250 CDI BLUEEFFICIENCY ELEGANCE) กับสไตล์การขับที่ต้องบอกว่าไม่ค่อยธรรมดาเท่าไหร่นัก

ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งแปลกใจกับชื่อรุ่นของเจ้าเมอร์เซเดส เบนซ์ 250 ซีดีไอ คันนี้ครับว่าทำไมมีชื่อสร้อยยาวเหยียดที่ว่า BLUEEFFICIENCY ELEGANCE เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง

เริ่มจากคำว่า BLUEEFFICIENCY ก่อนก็แล้วกันนะครับ BLUEEFFICIENCY นั้นคือกลยุทธ์ของเมอร์เซเดส เบนซ์ ที่คิดค้นขึ้นเพื่อลดมลพิษและรักษาสิ่งแวดล้อม โดยกลยุทธ์นี้จะนำไปใช้ในรถแต่ละรุ่นแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การลดน้ำหนักตัวถังและอุปกรณ์ต่างๆ การปรับโครงสร้างของรถเพื่อเพิ่มแอร์โรไดนามิก หรือให้มีความลู่ลมมากที่สุด รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีเชื้อเพลิงและพลังงานที่แตกต่าง ซึ่งกลยุทธ์ทั้งหมดนี้นอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว แต่ยังสามารถเพิ่มสมรรถนะให้กับรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ด้วย

ซึ่งในไทย BLUEEFFICIENCY จะถูกใช้ในเมอร์ เซเดส เบนซ์ ตั้งแต่รุ่น อีคลาส ใหม่ เป็นต้นไป

ส่วนเอเลแกนซ์ (ELEGANCE) นั้นคือระดับการตกแต่งครับ โดยมีไฟหน้าฮาโลเจน ไฟท้ายแอลอีดี และไฟตัดหมอกทรงกลม กันชนสีเดียวกับตัวรถ พร้อมคิ้วโครเมียมหน้า/หลัง กระจังหน้าเคลือบโครเมียมลาย 4 แถบ แนวนอน ล้อแมกขนาด 17 นิ้ว ส่วนภายในจะเน้นความหรูหรา นุ่มนวล ไม่ได้เน้นความสนุกสนานในการขับขี่

เบาะหุ้มหนังแท้ มีให้เลือก 2 สี คือ สีเบจและสีเทา ประดับด้วยลายไม้วอลนัต ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกพื้นที่ 2 ส่วน พนักพิงศีรษะที่เบาะทั้ง 5 ตำแหน่ง ปรับระดับได้จากปุ่มบริเวณคอนโซลกลาง ติดตั้งไฟเรืองแสงรอบห้องโดยสาร

นั่นคือ เมอร์เซเดส เบนซ์ อี 250 ซีดีไอ บลูเอฟฟิเชียนซี เอเลแกนซ์ ในแบบคร่าวๆ ตามข้อมูลทางเทคนิคครับ

ส่วนการลองขับจริงๆ เป็นอย่างไรหลังจากนี้เลยครับ

จะว่าไปแล้วรูปร่างหน้าตาของเมอร์เซเดส เบนซ์ อีคลาส ใหม่นั้น ดูทันสมัยมากกว่าอีคลาสรุ่นเดิมไม่น้อยทีเดียว ซึ่งจุดที่ทำให้ อีคลาสใหม่ดูหนุ่มขึ้น ก็คือ ดวงไฟหน้าที่ออกแบบมาให้เรียวเหมือนนัยน์ตาสิ่งมีชีวิตมากขึ้น รวมถึงตัวรถที่ออกแบบให้ดูลู่ลมมากกว่าเดิมดูมีความเป็นสปอร์ตมากขึ้นตามไปด้วย เอาเป็นว่าภายนอกของ อีคลาส โฉมใหม่นั้นดูแจ่มเป็นวัยรุ่นไม่น้อยทีเดียว และที่สำคัญหากจะมองว่ารุ่นนี้เป็นดีเซลหรือไม่ ก็เดินไปทางด้านหลังชะโงกดูบั้นท้ายของรถเสียนิด ก็จะเห็นรหัส CDI ติดไว้อย่างชัดเจน ว่านี่คือเครื่องยนต์ดีเซลนะจ้ะ

กดกุญแจรีโมตเพื่อเปิดล็อกประตู ก็ต้องสงสัยว่าทำไมเมอร์เซเดส เบนซ์ อีคลาส 250 CDI ตัวนี้ไม่มีระบบ Keyless หรือระบบปลดล็อกประตูอัตโนมัติ ทั้งๆ ที่ตัวมือจับเปิดประตูนั้นมีปุ่มคลายล็อก สำหรับระบบ Keyless แต่เมอร์เซเดส เบนซ์ กลับไม่ติดตั้งมาให้เสียอย่างนั้น ก็เลยงงๆ ครับ เพราะเมื่อหันไปดูราคาที่ 3.99 ล้านบาท แต่ออปชันนี้ไม่ให้มาด้วยใจร้ายจริงๆ

ก้าวเข้ามาในห้องโดยสาร ก็ต้องนั่งนิ่งๆ ดูความหรูหราภายในของเจ้าอีคลาส 250 CDI คันนี้ ให้เต็มตาเสียหน่อย เริ่มตั้งแต่

เบาะหนังสีเทาดูสะอาดตา แถมยังนุ่มสบายตัว ความกว้างขวางไม่กังขา เพราะเป็นรุ่นอีคลาส แล้ว ยืดแข้งยืดขาได้อย่างสบายใจ สบายขา ทั้งผู้โดยสารตอนหน้าและตอนหลัง แถมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังก็กว้างขวางเหลือเฟือ แอบเอาสาวๆ ซุกไว้หลังรถได้เลยครับ หุหุ

และเมื่อเป็นรุ่นหรูหราที่เป็นเอเลแกนซ์ ก็ต้องมีลายไม้ Burr Walnut พร้อมไฟเรืองแสงล้อมรอบลายไม้รอบคัน ดูเท่ดีครับ ยิ่งเวลากลางคืนยิ่งเจ๋งไปใหญ่ พวงมาลัยหนัง Nappa กระชับมือดีทีเดียว และไม่ได้กระชับมือเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความหรูหราและสะดวกด้วยระบบมัลติฟังก์ชันไว้ควบคุมวิทยุ หรือเครื่องเล่นซีดี 6 ที่มีได้อย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี

แต่เมื่อไล่ระบบมัลติมีเดียภายในรถแล้วก็ต้องหงุดหงิดอีกแล้วครับ เพราะไม่สามารถเล่นดีวีดีกับระบบเนวิเกเตอร์ที่ให้มาด้วย จริงๆ แล้วไม่ได้อยากเล่นทั้งดีวีดี หรือต้องการใช้เนวิเกเตอร์นำทางอะไร เพียงแต่ว่ารถราคาเกือบ 4 ล้านบาท แต่ไม่มี 2 ระบบนี้ ติดมาเป็นออปชันพื้นฐานด้วย ผมว่าเกินไปหน่อยครับ

ไม่มีดีวีดี หรือเนวิเกเตอร์ก็ไม่เป็นไร ขับอย่างเดียวก็ได้ ขยับเกียร์ กดคันเร่ง เมอร์เซเดส เบนซ์อี 250 ซีดีไอ ก็เคลื่อนตัวออกไปตามน้ำหนักของเท้า แต่อาจจะมีหนืดๆ ตื้อๆ นิดหน่อยในช่วงการออกตัว ซึ่งถือว่าเป็นธรรมชาติของเครื่องดีเซล ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ใช่จุดด้อยที่จะเอามาติติงกัน

เครื่องยนต์ 250 ซีดีไอ นั้นไม่ได้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร เหมือนตัวเลขนะครับ แต่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตรแทน เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ตัวนี้ เป็นรุ่นที่ 4 ที่เมอร์เซเดส เบนซ์ พัฒนาขึ้นมาและใช้หัวฉีด Piezo Injectors ที่ว่ากันว่าเป็นระบบหัวฉีดที่ดีสุดในโลกทีเดียว

เครื่องยนต์ 2.2 ลิตรดีเซลนี้มาพร้อมกับเทอร์โบคู่ แยกการทำงาน 2 ชุด โดยเทอร์โบลูกเล็กทำงานที่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ส่วนเทอร์โบลูกใหญ่ทำงานที่รอบเครื่องยนต์สูง ซึ่งจะทำให้แรงบิดของเครื่องยนต์นี้สูงอย่างต่อเนื่องครับ

ทำให้การขับสนุกไม่น้อยทีเดียว ในเรื่องของอัตราเร่งที่เรียกได้ว่า “มาตั้งแต่ตีนต้น” รอบเครื่องยังไม่ถึง 2,000 รอบ รถก็พุ่งแล้ว ไม่มีอืดอาดให้รำคาญใจครับ ก็แรงบิดที่ 500 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 1,6001,800 รอบ/นาที นั้นถือว่ามากที่สุดในบรรดาคู่แข่งเลยครับ

เมื่อเป็นเช่นนั้นไม่ต้องห่วงกับการใช้งานในเมือง ที่ต้องเร่งในช่วงความเร็วต่ำอยู่เรื่อยนั้น ปรู๊ดปร๊าดแน่นอนไม่มีปัญหา ถือว่าผ่านเลย ไม่ต้องกังวลว่ารถจะตื้อวิ่งไม่ออก มอเตอร์ไซค์จะซิ่งแซงหน้าไปก่อน ถ้าใจกล้ากดคันเร่งแล้วละก็ แซงคันอื่นแน่ เพราะความเร็วจาก 0100 กม. ทำได้ไม่ถึง 8 วินาที อยากแซงใครก็เชิญได้เลยครับ

ส่วนการขับด้วยความเร็วสูง การเร่งแซงก็สอบผ่านเหมือนเดิมครับ กับม้าที่มีอยู่ถึง 204 แรงม้า กับคอกเครื่องยนต์เล็กๆ เพียง 2.2 ลิตร นั้น ทำงานได้ขยันขันแข็งไม่น้อยทีเดียว การเร่งแซงในความเร็วปานกลางและความเร็วสูง ทำได้ตามใจคิด เลยครับแต่ก็อย่าประมาท ในการแซงในระยะกระชั้นชิดก็แล้วกัน

ผมต้องยอมรับกับเครื่องยนต์ 2.5 ซีดีไอตัวนี้ครับว่าตอบสนองได้ดีมากแถมประหยัดอีกต่างหาก เพราะขับแบบโหดๆ ด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 150 กม./ชม. บางครั้งก็ไปแตะอยู่ที่ 200 กม./ชม. อัตราการสิ้นเปลืองยังอยู่ที่ 1213 กม./ลิตร ซึ่งเป็นอัตราที่ทึ่ง อึ้ง เสียว ทีเดียว และผมเชื่อว่าหากเป็นการใช้งานในแบบความเร็วปกติอัตราการสิ้นเปลืองอัตราการสิ้นเปลืองจะต้องอยู่ในระดับ 1516 กม./ลิตร แน่นอน และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เพราะปล่อยค่าไอเสียต่ำเพียง 154159 กรัม/กม. เท่านั้น

เครื่องยนต์เยี่ยม ช่วงล่างก็ไว้ใจได้ครับ นุ่มนวลดีสำหรับการใช้งานแบบทั่วไป ทั้งความเร็วต่ำและความเร็วสูง ถือว่าสะดวกสบายไม่น้อย นั่งสบายตัว ฟังเพลงสบายหู เกาะถนนก็ดีครับ

แต่ส่วนตัวแล้วผมอยากให้กระด้างกว่านี้อีกนิด ทั้งช่วงล่างและพวงมาลัย เพราะช่วงล่างแบบนี้นั่งสบาย แต่คนขับไม่สนุกไปด้วยครับ นิ่มไปหน่อย พวงมาลัยเบาเหมาะกับการใช้งานสำหรับทั้งสาวๆ และมีอายุ เพราะหมุนง่ายทีเดียว แต่ผมชอบหนักนิดๆ ครับ

ด้านอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยมีมาเพียบ เช่น ระบบปกป้องก่อนเกิดอุบัติเหตุ (PRESAFE) ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และม่านนิรภัยระดับศีรษะ 4 ตำแหน่ง ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) เบรกเอบีเอส ระบบควบคุมการทรงตัว (ESP) ระบบป้องกันล้อลื่นไถล (ASR) และระบบช่วยเบรก (ADAPTIVE BRAKE) พร้อมฟังก์ชันหยุดรถขณะออกตัวบนทางลาดชัน (HOLD AND STARTOFF)

เอาเป็นว่าเมอร์เซเดส เบนซ์ อี 250 ซีดีไอ บลูเอฟฟิเชียนซี เอเลแกนซ์ นั้นเป็นรถยนต์ที่น่าใช้งานมากคันหนึ่งเลยครับ เหมาะที่จะขับเล่นทั้งในเมืองและไปเที่ยวต่างจังหวัด โดยไม่ต้องกลัวเปลืองน้ำมัน แถมยังไม่ไปคายไอพิษกับแหล่งท่องเที่ยวด้วย

ติ...นิดเดียวเท่านั้น ออปชันควรเป็นออปชันมาตรฐานอย่าง ดีวีดี เนวิเกเตอร์ นั้นไม่มีมาให้ แต่ถ้ามีละก็ จะขอเก็บเงินเพื่อเป็นเจ้าของเสียหน่อย

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค