
เลือกหุ้นดี ไว้ DCA
เพราะความตั้งใจแรกของการลงทุนหุ้นแบบถัวเฉลี่ย (DCA) หรือลงทุนเป็นประจำด้วยจำนวนเงินเท่าๆ กันในแต่ละงวดคือ การลงทุนระยะยาว เพราะฉะนั้นจะต้องมั่นใจว่า ได้เลือก “หุ้นดี” ที่เหมาะจะเป็นการลงทุนระยะยาวดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่งต้องเริ่มจากการศึกษาว่า หุ้นตัวนั้นเป็นอย่างไร มีปัจจัยพื้นฐานดีแค่ไหนในโครงการ Your First Stock ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แนะนำการเลือกหุ้น DCA ไว้ 2 แบบ คือ1.หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีมีการเติบโตของกิจการอย่างสมํ่าเสมอ เป็นกิจการที่มีผลดำเนินงานแข็งแกร่ง หรือจะเรียกว่า “หุ้นเติบโต” (Growth Stock)2.หุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสมํ่าเสมอ หรือ “หุ้นปันผล” (Dividend Stock)นอกจากนี้ ยังได้ยกตัวอย่างการลงทุนหุ้นทั้งสองแบบนี้ด้วยวิธีการ DCA ว่าถ้าDCA หุ้นปันผล โดยเลือกหุ้นมีอัตราเงินปันผลตอบแทนมากกว่า 4% ต่อเนื่องทุกปีและลงทุนทุกเดือนเป็นเวลา 5 ปี จะได้ผลตอบแทน 174.15% ไม่รวมเงินปันผลแต่หาก DCA หุ้นเติบโต โดยเลือกหุ้นที่มีรายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่องหลายปีติดต่อกัน จะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนรวม 440.29% ไม่รวมเงินปันผลไม่ใช่น้อยๆ เลยสำหรับการลงท
เพราะความตั้งใจแรกของการลงทุนหุ้นแบบถัวเฉลี่ย (DCA) หรือลงทุนเป็นประจำด้วยจำนวนเงินเท่าๆ กันในแต่ละงวดคือ การลงทุนระยะยาว เพราะฉะนั้นจะต้องมั่นใจว่า ได้เลือก “หุ้นดี” ที่เหมาะจะเป็นการลงทุนระยะยาว
ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่งต้องเริ่มจากการศึกษาว่า หุ้นตัวนั้นเป็นอย่างไร มีปัจจัยพื้นฐานดีแค่ไหน
ในโครงการ Your First Stock ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แนะนำการเลือกหุ้น DCA ไว้ 2 แบบ คือ
1.หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีมีการเติบโตของกิจการอย่างสมํ่าเสมอ เป็นกิจการที่มีผลดำเนินงานแข็งแกร่ง หรือจะเรียกว่า “หุ้นเติบโต” (Growth Stock)
2.หุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสมํ่าเสมอ หรือ “หุ้นปันผล” (Dividend Stock)
นอกจากนี้ ยังได้ยกตัวอย่างการลงทุนหุ้นทั้งสองแบบนี้ด้วยวิธีการ DCA ว่าถ้าDCA หุ้นปันผล โดยเลือกหุ้นมีอัตราเงินปันผลตอบแทนมากกว่า 4% ต่อเนื่องทุกปีและลงทุนทุกเดือนเป็นเวลา 5 ปี จะได้ผลตอบแทน 174.15% ไม่รวมเงินปันผล
แต่หาก DCA หุ้นเติบโต โดยเลือกหุ้นที่มีรายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่องหลายปีติดต่อกัน จะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนรวม 440.29% ไม่รวมเงินปันผล
ไม่ใช่น้อยๆ เลยสำหรับการลงทุนเดือนละ 5,000 บาท และไม่ว่าจะเป็นหุ้นแบบไหนก็ได้ผลตอบแทนน่าพอใจเช่นเดียวกัน
แล้วเราจะไปหาหุ้นดีมา DCA ได้จากไหนถ้าเราไม่มีเวลาจะศึกษา ลองเข้าไปดูคำแนะนำจากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ที่เราเลือกใช้บริการ ซึ่งเชื่อว่าจะต้องมีคำแนะนำในการเลือกหุ้นดีน่า DCA อยู่แน่นอน
เช่น บล.โนมูระ พัฒนสิน แนะนำ “หุ้นDCA” สำหรับปี 2560 (โดยเป็นคำแนะนำ ณ วันที่ 25 ม.ค. 2560) ไว้ทั้งหมด 8 บริษัทแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูง และกลุ่มที่มีเงินปันผลสูง
หุ้นเติบโตมี 3 บริษัท ได้แก่
SMT : สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย)
BRR : น้ำตาลบุรีรัมย์
BJC : เบอร์ลี่ ยุคเกอร์
หุ้นปันผลมี 5 บริษัท ได้แก่
KKP : ธนาคารเกียรตินาคิน
INTUCH : อินทัช โฮลดิ้งส์
SNC : เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์
LH : แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
PLAT : เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป
แต่ถ้าเป็นบัญชีออมหุ้นของ บล.ฟิลลิปจะกำหนดรายชื่อหุ้นในบัญชีออมหุ้นให้เลือก30 ตัว (ปรับปรุงทุกๆ ครึ่งปี) แต่ใน 30 ตัวนี้จะมี Top pick by research โดยล่าสุดในwww.poems.in.th ให้ 5 ตัวนี้เป็น Top Pick คือ
AOT : ท่าอากาศยานไทย
BDMS : กรุงเทพดุสิตเวชการ
BEM : ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ
CPALL : ซีพี ออลล์
KTB : ธนาคารกรุงไทย
แต่ไม่ว่าจะชอบหุ้นแบบไหน ก็ควรจะมีหุ้นในพอร์ตมากกว่า 1 ตัว และไม่ควรอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง







