posttoday
หยงเกิดมาเทรด 1.5 ความจริงเรื่องเงิน&เทรดหุ้น

หยงเกิดมาเทรด 1.5 ความจริงเรื่องเงิน&เทรดหุ้น

20 มีนาคม 2560

หยง หรือ ธำรงชัย เอกอมรวงศ์ แวดวงนักลงทุนในตลาดหุ้นน่าจะรู้จักอย่างดีในฐานะเทรดเดอร์มืออาชีพ เคยออกพ็อกเกต บุ๊กหนังสือ

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

หยง หรือ ธำรงชัย เอกอมรวงศ์ แวดวงนักลงทุนในตลาดหุ้นน่าจะรู้จักอย่างดีในฐานะเทรดเดอร์มืออาชีพ เคยออกพ็อกเกต บุ๊กหนังสือ “หยงเกิดมาเทรด” ซึ่งเดิมเคยมองว่าจะกลับมาเขียนหนังสืออีกครั้งหากผ่านไป 10 ปี

ผ่านมา 3 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวการลงทุนมานาน และเริ่มเห็นหลายคนอยากจะประสบความสำเร็จเหมือนคนเขียนหนังสือต่างๆ หรือลงทุนไปอบรมคอร์สการลงทุนประสบความสำเร็จภายในไม่กี่วัน ทำให้มุมมองการเทรดและต่ออุตสาหกรรมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จึงอยากถ่ายทอดเรื่องราวที่แท้จริงในการลงทุน ด้วยพ็อกเกตบุ๊กเล่มสอง “หยงเกิดมาเทรด 1.5” โดยต้องการบอกว่าชีวิตคนเราไม่มีวันเดินทางจบ ชีวิตเหมือนเป็นงานที่ต้องปรับปรุงไปเรื่อยๆ โดยไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบ

มุมมองที่เปลี่ยนไป 3 ปีก่อนที่พอร์ตเงินแสนเขาเปลี่ยนเพิ่มเป็นร้อยล้านได้ ทำให้เขาคิดว่าเขาเก่งมากและมีอีโก้สูง แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นคือ พอร์ตเขาเติบโตขึ้นมาได้เพราะสภาพแวดล้อมที่ดี และเป็นรอบที่หุ้นเป็นขาขึ้นมาโดยตลอดมากกว่า

เขาบอกว่าคนจะมาอ่านหนังสือเล่มนี้ “ต้องเปิดใจ” ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้ประโยชน์ เพราะสิ่งที่เขียนออกมาเหมือนท้าทายกับความเชื่อและมุมมองของคนที่เข้ามาในตลาดหุ้น อะไรที่เขาพูดถึงนี้ จะเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง รู้สึกจริง และเชื่อได้ว่าหลายๆ คำถามที่ถามจริงตอบตรงของเขา จะทำให้คนอ่านต้องคิดว่า มันจริงทั้งหมดทุกข้อความ แต่เพียงจะกล้ารับความจริงหรือไม่เท่านั้น

หรือการที่ความจริงแล้วเราเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเพราะรักในสิ่งนั้นหรือรักผลตอบแทนในสิ่งนั้น เนื่องจากธรรมชาติของการลงทุนจริงๆ เป็นสิ่งที่น่าเบื่อ อยู่กับความไม่แน่นอนสูง เขาก็เคยเขียนไว้ในหนังสือเล่มแรกว่า รักการเทรดมาก แต่ความจริงมันคือ เขาหลงใหลในผลตอบแทนจากการเทรดมากกว่า จนพูดได้เต็มปากว่าต้องการเงินและผลตอบแทนถ้าการเทรดมันตอบโจทย์

หนังสือเล่มนี้จะแบ่งเนื้อหาเป็น 2 ส่วนชัดเจน คือ มุมมองเรื่องของ “เงิน” เพราะการที่เรามองเงินอย่างไร ก็จะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของเราที่มีต่อเงินอย่างนั้น โดยต้องเลือกหาไลฟ์สไตล์ตัวเองให้เจอก่อน คนส่วนใหญ่มักเริ่มต้นคิดว่าอนาคตต้องการเงินเท่าไร แต่จริงๆ ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าอนาคตเราไลฟ์สไตล์อย่างไร เราถึงจะได้ออกแบบชีวิตตัวเองได้ถูกมากกว่า

ส่วนใหญ่เราต่างมองเรื่องเงินเป็น 3 ระดับ คือ เป็นอำนาจจับจ่ายใช้สอยซึ่งมองอย่างนี้อาจจะทำให้รวยน้อยเพราะมีเงินไม่ได้จะไปซื้อของในทันที หรือมองเงินเพื่อไปต่อยอดอนาคตซึ่งมองอย่างนี้ยังพอมีโอกาสรวยได้ และสุดท้ายมองเงินเป็นอำนาจในการต่อรอง เพราะเชื่อว่าถ้ามีเงินเยอะจะอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบเสมอ มองอย่างนี้อาจทำให้มีเงินเยอะ แต่อาจจะไม่ได้เป็นที่รักของคนอื่นนัก รวมถึงมุมมองที่บอกว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องเงินแต่ความจริงเป็นคนที่ “คิด” ถึงเรื่องเงินมากที่สุด และปกติเงินคือพีระมิดรากฐานของทุกความสัมพันธ์ ทั้งในส่วนของครอบครัว แฟน เพราะถ้าลองปล่อยให้มีปัญหาเรื่องนี้ก็ขยายวงปัญหาไปเรื่องอื่นแน่นอน

รวมถึงมีมุมมองว่า “อิสรภาพทางการเงิน” นั่นมีอยู่จริง แต่ในชีวิตจริงทำได้ยาก เพราะเชื่อว่าทุกคนไม่มีใครที่จะหลุดพ้นจากวงจรของการหาเงินไปได้ ไม่ว่าจะมีเงินแค่ไหนแล้วก็ตาม การที่บอกว่าตัวเองมีเครื่องจักรผลิตเงินหรือ Passive Income ที่มีเงินสดเข้ามาเรื่อยๆ แม้ไม่ได้ทำงาน แต่เอาเข้าจริงเราเห็นเงินพร่องไปทุกวัน มีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับเข้ามาเราก็ใจไม่ดี สู้ทำงานไปเรื่อยมีเงินมาเติมตลอด

ส่วนที่ 2 เป็นเรื่องการเจาะลึกถึงกลไกของตลาดทุนปัจจุบันและอนาคต ที่ตอนนี้ถือว่าหมดยุคที่เทรดเดอร์ต้องมานั่งเฝ้าหน้าจอ เพราะเชื่อว่าทุกสินค้าทางการเงินมี “เวลา” ที่เหมาะสมต่อการเล่นของมันอยู่ ไม่ต้องเฝ้าจอ แค่รอให้ถึงเวลารอบให้เล่นค่อยเทรดก็พอ และไม่มีคำว่าเสี่ยงมากได้มาก เพราะความเป็นจริงจะเจอแต่คำว่าเสี่ยงน้อยได้มาก เพราะถ้าถึงช่วงที่หุ้นผันผวนน้อยหุ้นจะขึ้นจริงลงจริง

นอกจากนั้น หยงยังแบ่งสัดส่วนลายแทงสู่การเป็นเทรดเดอร์อิสระไว้ในหลายหัวข้อที่น่าสนใจซึ่งถ้าจะไขคำตอบจริงก็ควรต้องอ่านอย่างเข้าใจด้วยตัวเอง

ทั้งหมดนี้อย่าไปเชื่อดวงหรือศรัทธาใครง่ายๆ เพราะจะถูกเขาชักจูงได้ง่าย เนื่องจากคนสมัยนี้ชอบยึดติดกับความสำเร็จที่มันถูกบรรจุสำเร็จรูปไว้แล้ว และมองว่าหากมีพฤติกรรมที่เลียนแบบก็ไปถึงเป้าหมายได้อย่างคนที่สำเร็จได้เช่นกัน ความจริงไม่ใช่เลย มันมาจากเพียงคำสองคำคือ “ฝึกฝน” และ “วินัย” ที่ต้องฝึกให้ชิน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน