posttoday
ปั้นแบรนด์เหมือนแฟชั่น  กลยุทธ์บุกอสังหาฯ ‘แอสเซทไวส์’

ปั้นแบรนด์เหมือนแฟชั่น กลยุทธ์บุกอสังหาฯ ‘แอสเซทไวส์’

15 มีนาคม 2560

การพัฒนาคอนโดมิเนียมในช่วงเวลานี้ใช่ว่าทุกทำเลจะขายได้ดีเสมอไป

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

การพัฒนาคอนโดมิเนียมในช่วงเวลานี้ใช่ว่าทุกทำเลจะขายได้ดีเสมอไป ผู้ประกอบการต้องพิจารณาเป็นอย่างดีและอาศัยระยะเวลาทำตลาดที่เหมาะสม โดยเจาะไปที่ทำเลที่มีการอยู่อาศัยจริง แต่อย่างไรก็ตามคอนโดในเมืองก็ยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ต่างจากทำเลที่อยู่นอกเมืองที่แม้จะอยู่ในแนวรถไฟฟ้าแต่ความต้องการไม่ได้เกิดขึ้นทุกสถานีรถไฟฟ้า

นั่นคือมุมมองต่อธุรกิจอสังหาฯ ของ กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซทไวส์ ที่มองว่าการพัฒนาโครงการโดยเฉพาะคอนโดต้องหาดีมานด์ให้ได้ว่าอยู่ที่ไหน ไม่ได้จำกัดมูลค่าโครงการว่าจะแพงหรือถูก แต่ถ้าทำเลนั้นมีความต้องการสูงก็จะสามารถพัฒนาโครงการได้ เนื่องจากตลาดมีความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ติดถนนใหญ่หรือแม้แต่เป็นที่ดินที่อยู่ในซอย

โจทย์สำคัญของการพัฒนานั้นต้องมองที่ความเป็นแหล่งชุมชน อย่างการจะพัฒนาโครงการคอนโดใกล้กับมหาวิทยาลัยต้องมองมหาวิทยาลัยที่นักศึกษามีกำลังซื้อด้วย อย่างเช่นในทำเลบริเวณมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ซัพพลายของยูนิตก็มีไม่มากนัก หลังจากเปิดโครงการ บี แคมปัส ประชาชื่น ตลาดก็ให้การตอบรับที่ดี หรือแม้การเปิดขายโครงการใหม่ ตรงข้ามมหาวิทยาลัยกรุงเทพ รังสิต ก็เชื่อว่าความต้องการของลูกค้ายังมีอยู่สูงทั้งจากกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและกลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุน

“ปีที่ผ่านมาตลาดอสังหาฯ หดตัวลงเล็กน้อย แต่ก็ยังมีกลุ่มลูกค้าที่โทรเข้ามาโดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการซื้อเพื่อลงทุน โดยมองเห็นโอกาสจากโครงการใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาใกล้กับชุมชน แหล่งงาน สถานศึกษา แต่ละทำเลนั้นมีดีมานด์อยู่ต้องหากลุ่มลูกค้าให้ดี ซึ่งสิ่งสำคัญในการพัฒนาโครงการควบคู่กันไปด้วยจะต้องให้ความสำคัญกับโปรดักต์ที่มีคุณภาพ”

กรมเชษฐ์ ย้ำว่า ต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคควบคู่กับไปกับทำเล เนื่องจากแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายจะมีอยู่อย่างต่อเนื่อง การพัฒนายากกว่าแต่ก่อน ปัจจุบันมีการพัฒนาอีก 4-5 เส้นทาง สิ่งสำคัญคือพัฒนาแล้วจะต้องขายได้ กลยุทธ์ต่อมา คือ การพัฒนาโครงการขึ้นมาใหม่ ต้องใช้ชื่อใหม่ถือว่าเป็นกิมมิกทางการตลาดด้วยเนื่องจากสินค้าประเภทคอนโดก็เป็นเหมือนกับสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้าก็จะมีแบรนด์โน้นแบรนด์นี้ เพื่อให้ตรงกับบุคลิกหรือเทรนด์ในช่วงนั้น

“การทำตลาดหลายแบรนด์ก็เป็นเรื่องที่เหนื่อยแต่ก็สนุก หรือบางแบรนด์เราก็กลับมาใช้ชื่อซ้ำ เพราะมองว่ามีทางไป เช่น  แบรนด์ ‘วินน์’ จะออกแนวอีโค เน้นสวนสีเขียว แบรนด์ ‘บราวน์’ จะเป็นลักซ์ชัวรี่
วินเทจ  ขณะที่ แบรนด์ ‘โมดิซ’ จะเป็นโมเดิร์น เพื่อเจาะไปที่กลุ่มลูกค้าที่เป็นวัยทำงานเริ่มหาที่อยู่อาศัย และกลุ่มหาที่อยู่อาศัยเพื่อปล่อยเช่า”

สำหรับปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้  4,000 ล้านบาท มาจากการขายในครึ่งปีแรก 2,000 ล้านบาท และอีก 2,000 ล้านบาท จะมาจากการเปิดขายโครงการ ATMOZ ในซอยลาดพร้าว 71 ในช่วงครึ่งหลังปี 2560 ซึ่งพัฒนาเป็นอาคาร 4 อาคาร จำนวน 700 ยูนิต มูลค่า 1,700 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท และอีกหนึ่งโครงการที่จะเปิดในครึ่งหลังอยู่ระหว่างการพิจารณามูลค่าโครงการประมาณกว่า  300 ล้านบาท ในที่ดินทำเลรัชดาฯ ลาดพร้าวและห้วยขวาง ตัวโครงการจะตั้งอยู่ในซอย

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีได้เปิดตัวโครงการวินน์ ลาดพร้าว-โชคชัย 4 มูลค่าโครงการ 650 ล้านบาท ที่ชะลอเปิดมาจากปีก่อน ขณะนี้ได้เปิดตัวโครงการรอบวีไอพีไปแล้วได้มียอดขาย 60% ขณะนี้เตรียมจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง โครงการต่อมา คือ บราวน์ พหลโยธิน 67 มูลค่าโครงการ 440 ล้านบาท เปิดตัวเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และโครงการโมดิซ อินเตอร์เชนจ์ พหลโยธิน-รามอินทรา มูลค่าโครงการ 550 ล้านบาท ที่จะเริ่มเปิดขายต้นเดือน เม.ย.นี้

นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวโครงการเคฟ คอนโด ตรงข้ามมหาวิทยาลัยกรุงเทพ รังสิต เป็นอาคารสูง 8 ชั้น 3 อาคาร รวม 589 ยูนิต ประกอบด้วย ห้องชุดขนาดเริ่มต้น 24.27-37.24 ตารางเมตร (ตร.ม.) ราคาขายเฉลี่ย 6.5 หมื่นบาท/ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท/ยูนิต มูลค่า 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ใน 6 เดือนนับจากนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเชิญลูกค้าวีไอพีจะเปิดจองวันที่ 18-19 มี.ค.นี้ เป็นโครงการที่อยูู่นอกโซนที่บริษัทเคยพัฒนา เพราะว่าตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยและยังใกล้กับคนที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร

แม้ว่าการพัฒนาโครงการให้ความสำคัญกับทำเล การออกแบบแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือต้องพัฒนาให้สอดรับกับยุคดิจิทัลไลฟ์ ที่มีอำนวยความสะดวกแต่ต้องสอดรับกับกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมาย เริ่มจากดิจิทัลดอร์ล็อก กล้องวงจรปิด และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การตกแต่งครบแบบพร้อมเข้าอยู่ ที่จะอำนวยความสะดวกในเรื่องการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน เหล่านี้คือกลยุทธ์บุกตลาดของผู้ประกอบการขนาดกลาง ที่สอดแทรกเพื่อแย่งแชร์กับรายใหญ่ 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน