
บินไทยเพิ่มทุนนกแอร์
จับตาบอร์ดบินไทยเจรจาเพิ่มทุนนกแอร์ ระบุใช้เวลา รีแบรนดิ้งอย่างน้อย 1 ปี เหตุสะดุดแผนบริหารเรื่องนักบินและเครื่องบิน
จับตาบอร์ดบินไทยเจรจาเพิ่มทุนนกแอร์ ระบุใช้เวลา รีแบรนดิ้งอย่างน้อย 1 ปี เหตุสะดุดแผนบริหารเรื่องนักบินและเครื่องบิน
แหล่งข่าวจากบริษัท การบินไทย เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท การบินไทย ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ คาดว่าบอร์ดจะหารือแนวทางการบริหารจัดการภายใต้โครงสร้างการทำงานของไทยกรุ๊ป โดยเฉพาะทิศทางการบริหารจัดการบริษัทลูกสายการบินนกแอร์ ซึ่งมองว่าบอร์ดจะมี 3 แนวทางหลักพิจารณา ได้แก่ 1.การถือหุ้นนกแอร์สัดส่วน 39% เท่าเดิม 2.การเจรจาขอเพิ่มหุ้น และ 3.ขายหุ้นทิ้ง
ทั้งนี้ มองว่าบอร์ดจะเลือกแนวทางที่ 2 คือการเจรจาขอซื้อหุ้นเพิ่ม เพื่อให้มีอำนาจในการบริหารและตัดสินใจในการวางแผนธุรกิจการบินของนกแอร์มากขึ้น หลังจากเมื่อปีที่ผ่านมาประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม มองว่าการขาดทุนของนกแอร์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากต้นทุนการบริหารจัดการค่อนข้างสูง รวมถึงการประสบปัญหาเรื่องนักบินการเพิ่มจำนวนฝูงบินจำนวนมากและการไม่ตรงต่อเวลาในการให้บริการ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร
"สายการบินนกแอร์เป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่ง แต่อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรการบริหารจัดการใหม่ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของผู้โดยสารให้กลับคืนมาอีกครั้ง หลังประสบปัญหาหลายด้านในปีที่ผ่านมา" แหล่งข่าวเปิดเผย
นายวรเนติ หล้าพระบาง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยสมายล์ กล่าวว่า แผนกลยุทธ์การตลาดของสายการบินไทยสมายล์ในปี 2560 เน้นร่วมมือกับสายการบินไทย ซึ่งเป็นบริษัทแม่ถือหุ้น 100% ร่วมบริหารจัดการเส้นทางการบินอย่างใกล้ชิด ซึ่งเตรียมขยายเส้นทางการบินใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ภูมิภาคอาเซียน จีน และอินเดีย โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียนเตรียมขยายจุดบินครอบคลุม 20 จุดบินในอีก 5 ปีข้างหน้า เทียบจากปัจจุบัน 14 จุดบิน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การบินในภูมิภาคอาเซียน
ทั้งนี้ แนวทางความร่วมมือดังกล่าว การบินไทยจะเน้นให้บริการเส้นทางการบินในเมืองหลักของประเทศเป้าหมาย ขณะที่ไทยสมายล์มุ่งเปิดเส้นทางเมืองรอง รวมถึงทำการบินแทนในบางเส้นทาง เช่น กรุงเทพฯ-ปีนัง และเพิ่มความถี่ของจำนวนเที่ยวบิน เช่น กรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง กรุงเทพฯ-พนมเปญ เป็นต้น







