
รมว.อุตฯเล็งตั้งเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์
“ชัยวุฒิ”นำร่องดึง 3 นิคมอุตสาหกรมผุดเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์หวังให้อุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้
“ชัยวุฒิ”นำร่องดึง 3 นิคมอุตสาหกรมผุดเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์หวังให้อุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยในงานเสวนาเรื่อง เดินหน้าประเทศไทย ก้าวไกลสู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์” ว่า ขณะนี้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนายกระดับนิคมอุตสาหกรรม เข้าสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ โดยนำร่อง 3 นิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด นิคมอุตสาหกรรมบางปู และนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างอุตสหากรรมกับชุมชนในการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนกรณีโครงการในมาบตาพุด
ทั้งนี้ได้กำหนดคุณลักษณะมาตรฐานและหลักเกณฑ์เงื่อนไขการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์หรือ Eco-Industrial Estate & Networks ใน 5 มิติ ประกอบด้วย 1.มิติทางด้านเศรษฐกิจ ส่งเสริมการลงทุนควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งในระบบเศรษฐกิจ 2. มิติกายภาพ มีการวางแผนเชิงพื้นที่และระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆให้มีความพร้อมและเอื้ออำนวยต่อการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ 3. มิติสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จัดการปัญหามลภาวะอย่างเหมาะสม 4.มิติสังคม เสริมสร้างคนและชุมชนโดยรอบมีคุณภาพชีวิตที่ดขึ้น ใช้ชีวิตร่วมกัน และ 5.มิติการบริหารจัดการ สร้างระบบบริหารจัดการทีดี มีคุณภาพ โปร่งใส เป็นธรรม สร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
การปรับตัวของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ จะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการโดยเฉพาะทางด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และพลังงาน ตลอดจนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและแรงงานที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล
นอกจากนี้ยังนำหลักการพึ่งพาอาศัยกัน และการดำรงอยู่ได้อย่างเป็นสำคัญ ของระบบนิเวศวิทยาของธรรมชาติมาพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เหมาะสมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทย เช่น การใช้ทรัพยากรและลดการปลดปล่อยของเสียให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างความสมดุลกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องนำหลักการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่นำของเสียมาผลิตซ้ำ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านนางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) กล่าวว่า สำหรับนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 3 แห่ง มีเป้าหมายในการดำเนินการที่แตกต่างกัน โดยนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ดจะเน้นจัดการกากของเสียและน้ำ กำหนดการพัฒนาใน 6 ประเด็นหลักได้แก่ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีคุณค่า การบริหารจัดการกากของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการและเผยแพร่ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน การส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่ การส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าสู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ และการพัฒนาด้านต่างๆ ของ 5 มิติหลัก
ส่วน นิคมอุตสหากรรมบางปูเน้นการพัฒนาความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การพัฒนาด้านความปลอดภัยของการจราจรและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่ การยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและพลังงาน การยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาในด้านต่างๆ ในขณะที่นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือเน้นการพัฒนา “รักษ์ต้นน้ำ แลกเปลี่ยนของเสียและร่วมดูแลสังคม
และชุมชนกำหนดพัฒนาใน 4 ประเด็นหลักได้แก่ การรวมพลังสานใจรักษ์น้ำ การจัดการของเสียอย่างครบวงจร การพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงาน และการพัฒนาในด้านต่างๆ 5 มิติหลัก
อย่างไรก็ตามนอกจากโครงการนำร่องใน 3 นิคมฯ จะมีการลงนามบันทึกความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ กนอ. กรมโรงงานอุตสาหกรรม บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน บริษัท ไออาร์พีซี บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และบริษัท สวนอุตสาหกรรมบางกระดี่ โดยจะมีการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ ในอีก 5 พื้นที่ ได้แก่ 1.นิคมฯอีสเทิร์นซีบอร์ด โดย บมจ.เหมราชพัฒนาที่ดิน
2.นิคมฯอมตะนคร โดย บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน 3.โครงการจัดตั้งนิคมฯระยอง(บ้านค่าย) และโครงการจัดตั้งนิคมฯระยอง(วังจันทร์) โดย บมจ.ไออาร์พีซี 4.เขตประกอบการสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา โดย บมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และ 5.เขตประกอบการสวนอุตสาหกรรมบางกระดี่ จ.ปทุมธานี โดย บจก.สวนอุตสาหกรรมบางกระดี่







