
‘มิกซ์ เรียลิตี้’ ผสานโลกจริง-ดิจิทัล เปิดโอกาสใหม่ภาคธุรกิจ
ท่ามกลางความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมในปัจจุบัน เทคโนโลยี “มิกซ์ เรียลิตี้” (MR) ซึ่งเป็นการนำวัตถุเสมือนเข้าไปผสมผสานกับโลกแห่งความเป็นจริงนั้น กำลังกลายเป็นโอกาสให้ภาคธุรกิจตอบสนองดีมานด์ของผู้บริโภคได้ตรงจุดยิ่งขึ้นคีธ เคอร์ติน คอลัมนิสต์เว็บไซต์เวนเจอร์บีต ที่นำเสนอข่าวธุรกิจและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจควรเริ่มพัฒนาเทคโนโลยี MR บนมือถือตั้งแต่ปีนี้เพื่อหยั่งเสียงตอบรับจากผู้บริโภคล่วงหน้าก่อนจะลงทุนในเทคโนโลยีดังกล่าวในระยะยาวเมื่อมีการผลิตอุปกรณ์ MR ออกมามากยิ่งขึ้น โดยในอนาคต MR จะทำให้บริษัทต่างๆ สามารถเพิ่มคอนเทนต์แบบ 3 มิติเข้าไปบนเว็บไซต์ ซึ่งเป็นการลดขีดจำกัดของการเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ เนื่องจากผู้บริโภคสามารถสัมผัส ถือ หรือทดลองสินค้าโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปดูสินค้าจริงที่ร้านการเอา MR มาผสมกับการนำเสนอสินค้า คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขาย เพิ่มแบรนด์ลอยัลตี้ (Brand Loyalty) และดึงให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมกับสินค้ามากขึ้นเช่น โคคา-โคลา ที่เตรียมนำ MR มาใช้ในการทำโฆษณาแบบ 3 มิติ หรือบริษัท มายองเนสเฮลแมน ที่จะนำผลิตภัณฑ์บริษัทมาสาธิตสูตรทำอาหารแบบโฮโลแกรมนอกจากนี้ MR ยังคาดว่าจะเปลี่ยนแปลงร
ท่ามกลางความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมในปัจจุบัน เทคโนโลยี “มิกซ์ เรียลิตี้” (MR) ซึ่งเป็นการนำวัตถุเสมือนเข้าไปผสมผสานกับโลกแห่งความเป็นจริงนั้น กำลังกลายเป็นโอกาสให้ภาคธุรกิจตอบสนองดีมานด์ของผู้บริโภคได้ตรงจุดยิ่งขึ้น
คีธ เคอร์ติน คอลัมนิสต์เว็บไซต์เวนเจอร์บีต ที่นำเสนอข่าวธุรกิจและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจควรเริ่มพัฒนาเทคโนโลยี MR บนมือถือตั้งแต่ปีนี้เพื่อหยั่งเสียงตอบรับจากผู้บริโภคล่วงหน้าก่อนจะลงทุนในเทคโนโลยีดังกล่าวในระยะยาวเมื่อมีการผลิตอุปกรณ์ MR ออกมามากยิ่งขึ้น โดยในอนาคต MR จะทำให้บริษัทต่างๆ สามารถเพิ่มคอนเทนต์แบบ 3 มิติเข้าไปบนเว็บไซต์ ซึ่งเป็นการลดขีดจำกัดของการเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ เนื่องจากผู้บริโภคสามารถสัมผัส ถือ หรือทดลองสินค้าโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปดูสินค้าจริงที่ร้าน
การเอา MR มาผสมกับการนำเสนอสินค้า คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขาย เพิ่มแบรนด์ลอยัลตี้ (Brand Loyalty) และดึงให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมกับสินค้ามากขึ้นเช่น โคคา-โคลา ที่เตรียมนำ MR มาใช้ในการทำโฆษณาแบบ 3 มิติ หรือบริษัท มายองเนสเฮลแมน ที่จะนำผลิตภัณฑ์บริษัทมาสาธิตสูตรทำอาหารแบบโฮโลแกรม
นอกจากนี้ MR ยังคาดว่าจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการค้นหาผลิตภัณฑ์ จากเดิมที่ค้นหาผ่านตัวอักษรหรือเสียง มาเป็นการค้นหาผ่านภาพ (Visual Search) ซึ่งทำให้ผู้บริโภครับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าต่างๆ ได้มากกว่าเดิม เนื่องจากเพียงแค่มองสินค้าผ่านอุปกรณ์ MR ข้อมูลต่างๆ ของสินค้าดังกล่าวก็จะปรากฏขึ้นมา โดยเคอร์ตินมองว่า หัวใจของการนำ MR มาใช้ในภาคธุรกิจคือ บริษัทต่างๆ ควรมีระบบการประมวลผลข้อมูลจากการเคลื่อนไหวของดวงตา (Eye Tracking) และเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องคอมพิวเตอร์ (Machine Learning) เสียก่อน จึงจะสามารถวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภค และนำไปใช้ในการนำเสนอสินค้าให้ตรงกับกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี การปรับใช้เทคโนโลยี MR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการดึงดูดความสนใจผู้บริโภคเท่านั้น แต่หลายภาคอุตสาหกรรม เช่น ภาคการผลิตและภาคการศึกษาเริ่มนำ MR ไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยเช่นกัน
รายงานวิจัยเทคโนโลยี MR จากดีลอยต์ระบุว่า อุตสาหกรรมการผลิตสามารถนำMR ไปใช้ปรับปรุงการดำเนินงานในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการบำรุงรักษาเครื่องจักร โดยการใช้ MR จำลองภาพเครื่องจักรที่ต้องซ่อมบำรุงขึ้นมาเพื่อให้วิศวกรทำงานได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยี MR ยังช่วยย่นระยะเวลาการผลิต ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยผู้ผลิตสามารถปรับเปลี่ยนลักษณะและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็วระหว่างดำเนินการผลิต
สำหรับในด้านการศึกษานั้น มหาวิทยาลัยเคส เวสเทิร์น รีเซิร์ฟ ในรัฐโอไฮโอทดลองใช้อุปกรณ์ MR ในการสอนวิชากายวิภาคศาสตร์ให้นักศึกษาแพทย์ ขณะที่สถาบันการศึกษาอื่นๆ ได้เริ่มนำอุปกรณ์ MR
ไปผสมผสานกับการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้นเช่นกัน







