posttoday
ซุปเปอร์ริชปีนี้กวาดแสนล.

ซุปเปอร์ริชปีนี้กวาดแสนล.

09 มีนาคม 2560

ซุปเปอร์ริชตั้งเป้าดันรายได้เฉียดแสนล้าน โตไม่ต่ำกว่า 20% พร้อมเปิด 3 สาขาใหม่รับท่องเที่ยวบูม เล็งเจาะทัวร์ระดับพรีเมียมกำลังซื้อสูง

ซุปเปอร์ริชตั้งเป้าดันรายได้เฉียดแสนล้าน โตไม่ต่ำกว่า 20% พร้อมเปิด 3 สาขาใหม่รับท่องเที่ยวบูม  เล็งเจาะทัวร์ระดับพรีเมียมกำลังซื้อสูง

น.ส.สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซุปเปอร์ริช (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ประมาณ 9.2 หมื่นล้านบาท หรือใกล้ๆ 1 แสนล้านบาท หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีที่แล้วที่มีรายได้ 7.7 หมื่นล้านบาท หรือโต 76% พร้อมกับเปิดกลยุทธ์ ซุปเปอร์ริช ไลฟ์ และลูกค้าสามารถแลกเงินไทยเป็นเงินต่างชาติด้วยอัตรา (เรต) เดียวกันทุกสาขา และเป็นเรตที่ดีที่สุด ในขณะเดียวกันมีแผนขยายสาขาในศูนย์การค้าและย่านชุมชนอีก 3 สาขา จากปัจจุบันมี 14 สาขา แต่ไม่มีแผนขยายสาขาไปในต่างประเทศหรือกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน (ซีแอลเอ็มวี) เนื่องจากตลาดในไทยยังใหญ่อยู่

ทั้งนี้ ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรามีการแข่งขันสูงมาก ปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจร้านแลกเงินตราต่างประเทศประมาณ 1,900 แห่ง เพิ่มขึ้น 6% ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายเล็กๆ ในต่างจังหวัด ส่วนในกรุงเทพฯ มีประมาณ 800 แห่ง โดยปี 2557-2558 บริษัทมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด เกิน 100% ต่อปี เนื่องจากเปิดสาขาเพิ่มจนปัจจุบันมี 14 สาขา

สำหรับภาพรวมตลาดแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศปี 2559 มีมูลค่า 4.2 แสนล้านบาท เติบโต 26% จากปี 2558 ที่มีมูลค่ารวม 3.33 แสนล้านบาท โดยได้รับอานิสงส์จากนโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ที่รัฐบาลตั้งเป้าเติบโต 10% มีเม็ดเงินสูงถึง 2.7 ล้านล้านบาท และต้องการเจาะกลุ่มทัวร์ระดับพรีเมียมที่มีกำลังซื้อสูงและมีแนวโน้มเข้ามาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น

โดยสกุลเงินที่ได้รับการตอบรับและมียอดการแลกเปลี่ยนมากขึ้น คือ เงินเยนญี่ปุ่น เติบโตขึ้นถึง 200% เงินเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นถึง 120% เงินเหรียญฮ่องกง เพิ่มขึ้น 90% รวมทั้งเงินวอนเกาหลีใต้ ก็มีอัตราเติบโตสูง เนื่องจากความนิยมท่องเที่ยวประเทศเหล่านี้มีมากขึ้น

สำหรับในด้านการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทจะไม่สต็อกเงินไว้ปริมาณมาก เพื่อเก็งกำไร แต่ สต็อกเงินสกุลต่างๆ ให้เพียงพอต่อการซื้อมาขายไปเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกแปลี่ยน ซึ่งตามกฎหมายลูกค้าสามารถแลกเงินได้ 8 แสนบาท/วัน แต่หากแลกเงินเกิน 5 แสนบาท/วัน จะต้องรายงานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการใช้เทคโนโลยีฟินเทคมาปรับใช้ในธุรกิจแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อให้บริการลูกค้า ตอบสนองไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และแนวโน้มลดการใช้เงินสด อย่างไรก็ตาม ลูกค้ายังต้องการพบปะพูดคุยกับพนักงานมากกว่าแลกเงินตราผ่านออนไลน์

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน