วิริยะจ้างที่ปรึกษาระดับโลกวางระบบบริการปี'60
วิริยะประกันภัย เปิดแผนปี' 60 จับมือ BCGยักษ์ใหญ่ระดับโลกเป็นที่ปรึกษาวางระบบไอที สร้างนวัตกรรมบริการ 4.0
วิริยะประกันภัย เปิดแผนปี' 60 จับมือ BCGยักษ์ใหญ่ระดับโลกเป็นที่ปรึกษาวางระบบไอที สร้างนวัตกรรมบริการ 4.0
นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย เปิดเผยถึง แผนการดำเนินงานว่า ในปี 2560 บริษัทฯ ได้ประกาศให้เป็นปีแห่งการก้าวสู่การเป็นบริษัทนวัตกรรมประกันภัย ด้วยแนวคิด “70 ปี วิริยะประกันภัย มุ่งสู่อนาคต ด้วยความเป็นธรรม ภายใต้ นวัตกรรมบริการ 4.0” โดยการนำเทคโนโลยีสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการพัฒนา ปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการประกันภัยอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการบริการด้านสินไหมทดแทน เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำบริการ กล่าวคือ ไอทีจะเข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้น ระบบการทำงานของบริษัทฯ ทั้งสำนักงานตัวแทน ทั้งศูนย์ซ่อมฯ คู่ค้า ลูกค้า และผู้เกี่ยวข้อง จะเชื่อมโยงถึงกันเป็นเครือข่ายออนไลน์ทั้งหมด ส่งผลให้การทำงานในทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว
“ขณะนี้ บริษัทฯ ได้ว่าจ้าง The Boston Consulting Group บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลก เข้ามาเป็นที่ปรึกษา และเป็นผู้ออกแบบแพลตฟอร์มให้มีระบบการทำงานที่คล่องตัวมากขึ้น ทั้งด้านการรับประกัน และสินไหมทดแทน ทำให้สามารถเชื่อมโยงการทำงานให้เป็นหนึ่งเดียว และสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพและโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจ ขณะที่บุคลากร ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าของเรา เมื่อนำระบบเข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติงาน งานก็จะสำเร็จรวดเร็วขึ้น คนก็จะมีประสิทธิภาพมากกว่าเก่า งานก็จะสัมฤทธิ์ผลมากขึ้นด้วย”นายสยมฯ กล่าว
ล่าสุด บริษัทฯ ยังได้ปรับปรุงสำนักงานมาตรฐานตัวแทน ให้เป็นสำนักงานตัวแทนดิจิตอล เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ เพิ่มความเชื่อมั่นและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการทำธุรกรรมประกันภัย ผ่านช่องทางสำนักงานตัวแทนมาตรฐาน ที่ได้รับการพัฒนา ตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน โดยเน้นรูปแบบ Office Automation เพิ่มเรื่องความสวยงาม ทันสมัย ตอบสนองทุกการใช้งาน นอกจากนี้ ยังเน้นเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศในระบบการทำงานของตัวแทน เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการปรับโฉมในครั้งนี้รวมถึงศูนย์ซ่อมมาตรฐานของวิริยะประกันภัยด้วย
ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างดำเนินการในเรื่องของการเพิ่มช่องทางในการติดต่อสื่อสาร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าทั้งในเรื่องข้อมูลข่าวสาร สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับผ่าน Mobile Application อีกด้วย
ส่วนในเรื่องการลงทุน บริษัทฯ มีนโยบายและมีสัดส่วนการลงทุนตามระเบียบ คปภ. คือ เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยและสภาพคล่องสูง โดยมีสัดส่วนการลงทุนหลัก ได้แก่ เงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ และตราสารทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เน้นจัดสรรสภาพคล่องให้เพียงพอต่อภาระหนี้สินและค่าใช้จ่าย คำนึงถึงความเสี่ยงในการลงทุนอย่างรอบคอบ โดยพิจารณาจากการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท (Credit Rating) โดยในปี 2559 บริษัทฯ สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ 4.1%
ทั้งนี้ ในเรื่องของทิศทางการลงทุนในปี 2560 บริษัทฯ เน้นการลงทุนเช่นเดียวกันกับในปีที่ผ่านมา โดยเพิ่มการติดตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในประเทศมีแนวโน้มที่จะปรับสูงขึ้น ส่วนการลงทุนในตราสารจดทะเบียนจะต้องดำเนินการลงทุนด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้นในหลายด้าน โดยเฉพาะการเมืองภายในประเทศ
“เราตระหนักดีว่า ธุรกิจประกันภัยเป็นงานบริการที่ไม่มีวันสิ้นสุด เนื่องจากความต้องการของลูกค้า ภาวะความเสี่ยงภัย ปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆ แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เราจึงมีช่องว่างที่จะพัฒนา ปรับปรุงคุณภาพการบริการให้ดีขึ้นเสมอ ที่วิริยะประกันภัย เราไม่เคยพอใจกับคุณภาพการบริการที่เป็นอยู่ เราจะสรรหานวัตกรรมและช่องทางการปรับปรุงตลอดเวลา เราทำสิ่งนี้มาอย่างต่อเนื่องจนทำให้ชื่อวิริยะประกันภัย คือแบรนด์ประกันภัยอันดับหนึ่งในใจของลูกค้ากว่า 5 ล้านรายทั่วประเทศ”นายสยมฯ กล่าว
สำหรับผลประกอบการในปี 2559 นั้น บริษัท วิริยะประกันภัย มีเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้น 33,272.52 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.63 % โดยแบ่งเป็นเบี้ยประกันรถยนต์ 30,267.30 ล้านบาท และเบี้ยประกันนอนมอเตอร์ 3,005.22 ล้านบาท
ส่วนฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีสินทรัพย์ 67,265.05 ล้านบาท มีเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย 17,979.50 ล้านบาท แต่บริษัทฯ มีเงินกองทุนสูงถึง 39,991.73 ล้านบาท คิดเป็น 222.43 % และมีกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล 2,192.62 ล้านบาท







