
กบง.ตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มในประเทศที่ 20.96 บาทต่อกก.
กบง.มีมติคงราคาขายปลีกแอลพีจีในประเทศที่ 20.96 บาทต่อ กก. หลังต้นทุนราคาอ้างอิงโดยรวมปรับลดลง
กบง.มีมติคงราคาขายปลีกแอลพีจีในประเทศที่ 20.96 บาทต่อ กก. หลังต้นทุนราคาอ้างอิงโดยรวมปรับลดลง
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ว่าที่ประชุมมีมติคงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ไว้ที่ 20.96 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) เนื่องจากต้นทุนราคาอ้างอิงโดยรวมปรับลดลงประมาณ 93 สตางค์/กก. อยู่ที่ 20.57 บาทต่อ กก. จาก 21.51 บาทต่อ กก. ซึ่งกบง.ได้ปรับลดอัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลง 93 สตางค์ต่อ กก. อยู่ที่ 6.63 บาทต่อ กก. จากเดิมกองทุนชดเชยที่ 7.56 บาทต่อ กก.
ทั้งนี้จากการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนทำให้กองทุนในส่วนของแอลพีจีมีรายจ่ายลดลงจากเดือนก่อนประมาณ 47 ล้านบาท เหลือ 443 ล้านบาทต่อเดือน จากเดิมที่มีรายจ่ายอยู่ที่ 490 ล้านบาทต่อเดือน โดยฐานะสุทธิของกองทุน ณ วันที่ 26 ก.พ.2560 มีเงินสด 4.04 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเงินในส่วนของบัญชีแอลพีจี 6,961 ล้านบาท และบัญชีน้ำมันสำเร็จรูป 3.34 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาเรื่องการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซแอลพีจี กรณีการนำเข้าและส่งออก โดยได้เห็นชอบหลักการการขออนุญาตส่งออกแอลพีจีที่ผลิตได้ภายในประเทศออกนอกราชอาณาจักรเป็นรายเที่ยว ซึ่งจะพิจารณาอนุญาตเฉพาะผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่เป็นผู้ผลิตแอลพีจี ให้สามารถส่งออกได้ในกรณีที่มีแอลพีจีเกินกว่าความต้องการใช้ในประเทศ
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า คาดว่าจะมีปริมาณแอลพีจีที่เกินกว่าความต้องการใช้ในประเทศและสามารถส่งออกได้ช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. 2560 ประมาณ 4 หมื่นตัน ซึ่งล่าสุดมีเพียงบริษัท สยามแก๊ส จำกัด เพียงรายเดียวที่เป็นผู้นำเข้าแอลพีจีมาจำหน่ายในประเทศ







