
ขยะโรงงานอุตฯล้นเมือง รัฐมึนไร้ทางแก้
ทุกวันนี้ ปัญหาขยะกลายเป็นปัญหาระดับชาติของหลายประเทศทั่วโลก เพราะวิวัฒนาการและเทคโนโลยีในการผลิตพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นผลดีต่อการใช้งาน แต่ก็สร้างโทษในแง่ของการทำลายได้ยากมากขึ้น จากกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน
ที่สำคัญคือ การใช้สารสังเคราะห์ต่างๆ เข้ามาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ส่งผลให้ขยะหลายประเภท นอกจากทำลายยากแล้ว ยังก่อให้เกิดมลพิษตามมามากมายมหาศาล หากเลือกวิธีกำจัดที่ไม่เหมาะสม
ในบ้านเราถือเป็นโจทย์ใหญ่ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่ต้องสรรหาขบวนการทำลายขยะที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะขยะจากอุตสาหกรรม ซึ่งนอกจากจะกำจัดยากแล้ว ยังก่อให้เกิดสารพิษตกค้างได้ หากใช้วิธีกำจัดไม่ถูกต้อง
สมคิด วงศ์ไชยสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีขยะทั่วไปประมาณ 23.5 ล้านตันต่อปี และขยะอันตราย 3.5 ล้านตันต่อปี เพิ่มขึ้นประมาณปีละ 5% จาก 1,500 โรงงานทั่วประเทศ
วิธีกำจัดขยะอันตราย ส่วนใหญ่มาจากโรงงานอุตสาหกรรม เป็นหน้าที่ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายที่จะกำจัดกากอุตสาหกรรมเหล่านี้ให้หมดไปด้วยวิธีการต่างๆ แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้ แม้ว่าจะกำจัดด้วยหลากหลายวิธี เช่น เผา ใช้สารเคมี และการฝังกลบ ซึ่งมีบริษัทเอกชนรับสัมปทานไปจัดการในต่างจังหวัด ได้แก่ จ.สระบุรี ราชบุรี เพชรบูรณ์ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี วิธีการและเทคโนโลยีในการกำจัดขยะของไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าการกำจัดขยะในต่างประเทศ แต่ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของบริษัทต่างๆ ในฐานะผู้สร้างขยะจะกำจัดขยะด้วยความรอบคอบและรับผิดชอบแค่ไหน
จนถึงทุกวันนี้ กรมก็ยังคงได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ของบริษัทกำจัดขยะว่ามีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ปัญหาแมลงวันรบกวน จึงได้ขอความร่วมมือไปยังบริษัทดังกล่าว
ขณะที่แนวทางที่จะกำจัดขยะให้หมดไปหรือเป็นศูนย์นั้น ในขณะนี้ยังเป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่าจะถึงวันนั้นเมื่อไหร่ แต่ในเบื้องต้นการกำจัดขยะแบบรีไซเคิล หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ ก็เป็นหนทางที่ช่วยให้ขยะน้อยลงได้ ซึ่งกรมก็พยายามเดินทางไปศึกษาดูงานประเทศต่างๆ เพื่อปรับใช้ให้เกิดกับประเทศมากที่สุด
ล่าสุด กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้นำคณะไปดูการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม ที่ฮ่องกง ซึ่งมีบริษัท วีโอเลีย (VEOLIA) เป็นผู้รับสัมปทานกำจัดขยะ โดยเริ่มต้นด้วยการแบ่งแยกขยะออก 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ขยะทั่วไป กับขยะอันตราย เช่นสารเคมีต่างๆ เนื่องจากพื้นที่ของฮ่องกงมีอยู่อย่างจำกัด จึงทำให้วิธีจัดการกับขยะต้องแบ่งออกเป็นหลายวิธี โดยแบ่งแยกการกำจัดด้วยลักษณะของขยะ
ขยะที่ไม่มีอันตรายจะถูกแยกไปถมทะเลและนำไปฝัง ส่วนขยะที่อันตรายจะถูกกำจัดในรูปแบบต่างๆ เช่น เผา สารเคมี น้ำ และการใช้อุปกรณ์ในการทำลาย แต่ที่น่าสังเกตก็คือ การกำจัดขยะของฮ่องกงจะเน้นนำขยะเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ต่อ เพราะฮ่องกงมีทรัพยากรจำกัด จึงต้องหาทางที่จะเพิ่มมูลค่าของสิ่งเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชน อย่างการนำขยะไปถมทะเลก็จะช่วยให้พื้นที่ของฮ่องกงมีเพิ่มขึ้น การฝังขยะจะช่วยสร้างภูมิทัศน์ให้กับฮ่องกง หรือสวนสาธารณะนั่นเอง
วิธีฝังขยะของฮ่องกงจะเลือกพื้นที่จากพื้นที่ที่ไม่สามารถนำไปพัฒนาเป็นพื้นที่ที่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น พื้นที่ที่เป็นแอ่งกระทะ น้ำท่วม เป็นต้น จะถูกใช้เป็นที่ฝังขยะ
ปัจจุบันฮ่องกงมีพื้นที่ฝังขยะ 3 แห่งในพื้นที่ทางตอนเหนือ ใต้ และตะวันตก ปริมาณขยะต่อวันของฮ่องกงอยู่ที่ 1.5 หมื่นตัน เป็นขยะทั่วไปทั้งหมด
แอนนา เหมาะ ผู้อำนวยการประชาสัมพันธ์ บริษัท วีโอเลีย กล่าวว่า การกำจัดขยะด้วยการฝังกลบ จะเริ่มต้นการกำจัดขยะเหล่านั้นด้วยการปูพื้นที่ด้วยผ้ายาง เพื่อไม่ให้น้ำที่ออกมาจากการย่อยสลาย อาจจะมีสารพิษเข้าไปสู่พื้นผิวดิน จากนั้นรถขยะก็จะนำขยะที่แยกคัดแล้วว่าเป็นขยะทั่วไปมาเทจนกลายเป็นภูเขาสูงเพียงพอแล้ว
บริษัทจะนำผ้ายางมาปกคลุมเพื่อไม่ให้ฝนหรือน้ำเข้าไปผสมกับขยะ และยังเป็นการกักเก็บแก๊สที่ได้จากการย่อยสลายของขยะผันมาเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้ภายในที่ทำงานและพื้นที่ในการปฏิบัติการกำจัดขยะอีกด้วย
หลังจากคลุมผ้าเสร็จแล้วจะนำดินมาคลุมทับลงไปบนผ้ายางและปลูกต้นไม้เพื่อให้เป็นสวนสาธารณะให้กับประชาชนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์ และยังเป็นการลดกลิ่น แต่วิธีนี้ไม่เป็นที่นิยมในประเทศอื่นรวมถึงไทยด้วย เพราะหลังจากคลุมผ้าไปแล้วจะต้องควบคุมดูแลรักษาอีกราว 30
–40 ปี และยังมีความเสี่ยงว่าจะก่อให้เกิดปัญหาหากมีการรั่วไหลของสิ่งปฏิกูล แต่หากจำเป็นต้องฝังกลบ วิธีของบริษัทก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าจะนำไปพิจารณาปรับใช้






