posttoday
เก็ง3หมื่นล้านทะลักก.ย.

เก็ง3หมื่นล้านทะลักก.ย.

07 กันยายน 2553

เอเซีย พลัส คาดเงินนอกจ่อเข้ามาอีก 2-3 หมื่นล้านบาท ก.ย. ดันดัชนี ถึง 999 จุด ส่วนภัทรเตือนตลาดมีสิทธิปรับฐานแรงก่อนสิ้นปี ต่างชาติเข้าเร็วออกแรง

เอเซีย พลัส คาดเงินนอกจ่อเข้ามาอีก 2-3 หมื่นล้านบาท ก.ย. ดันดัชนี ถึง 999 จุด ส่วนภัทรเตือนตลาดมีสิทธิปรับฐานแรงก่อนสิ้นปี ต่างชาติเข้าเร็วออกแรง

หุ้นเอเชียบวกทุกตลาด ส่วนไทยมีแรงขายทำกำไรระหว่างวันรุนแรง หลังจากดัชนีขึ้นไปสูงสุดถึง 944.64 จุด บวก 14.74 จุด ก่อนทิ้งปลายตลาด กดดัชนีปิดที่จุดต่ำสุดของวันที่ 931.52 จุด เพิ่มขึ้น 1.62 จุด มูลค่าการซื้อขายบวม 63,117 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี 9 เดือน หรือนับตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 2549 อยู่ที่ระดับ 72,131 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติเก็บ 3,253 ล้านบาท

ทั้งนี้ แรงซื้อขายกระจุกอยู่ในหุ้นกลุ่ม ปตท. มากถึง 33% และมีแรงเก็งกำไรในใบสำคัญแสดงสิทธิ (DW) ในหุ้นเครือ ปตท. สูงเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ราคาดีดขึ้นแรง อาทิ PTTC13CA ปิดที่ 1.79 บาท บวก 0.38 บาท หรือ 26.95% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นตามราคาหุ้นบริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) ปิดที่ 114.50 บาท บวก 8 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า ก่อนถึงสิ้นเดือน ก.ย. คาดว่าจะมีเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอีกประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท และน่าจะทำให้ดัชนีขึ้นไปอยู่ที่ 999 จุดได้

“สัปดาห์ที่ผ่านมาต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดเอเชีย 269 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยซื้อหุ้นอินเดียมากสุด 317 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วยหุ้นไทย ซื้อ 298 ล้านเหรียญสหรัฐ”

บล.พัฒนสิน เผยผลสำรวจผู้จัดการกองทุนต่างประเทศล่าสุด พบว่าได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นโภคภัณฑ์เป็นครั้งแรก และได้คงน้ำหนักการลงทุนหุ้นไทยมากสุดในภูมิภาคเอเชีย

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ดัชนีหุ้นจะขึ้นไปถึง 1,000 จุดภายในปีนี้ จากปัจจัยในประเทศ แต่ต้องติดตามดูดัชนีดาวโจนส์ว่าจะฟื้นได้แค่ไหน

นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ภัทร กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยของบริษัทได้ประเมินว่าช่วงที่เหลือของปีนี้ดัชนีหุ้นอาจมีการปรับฐานลงแรง เพราะมองว่าหุ้นที่ขึ้นมาไม่มีเสถียรภาพ ขึ้นมาจากบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นหลัก เห็นได้จากดัชนีหุ้นขึ้นมา 30% แต่หุ้นกลุ่ม SET 50 ปรับขึ้นเพียง 20% ทั้งที่หุ้นในกลุ่มนี้มีน้ำหนักต่อการลงทุนถึง 80% ของตลาดโดยรวม

“เม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้ามาเร็วก็มีสิทธิที่จะนำเงินออกได้เร็วเหมือนกัน เพราะมองว่าเงินที่เข้ามาน่าจะเข้ามาเก็งกำไรเรื่องค่าเงินบาทด้วย ไม่เช่นนั้นเงินบาทไม่แข็งค่าเร็วขนาดนี้” นายอภินันท์ กล่าว

ด้านราคาหุ้นเอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) ปรับตัวลงแรง และปิดที่ต่ำสุดของวันที่ 31.50 บาท ติดลบ 3.25 บาท หลังบริษัทปฏิเสธข่าวการประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมาว่าไม่มีการหารือเรื่องการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 34 บาทแต่อย่างใด

ด้าน น.ส.นฤมล อาจอำนวยวิภาส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) หรือ KGI กล่าวว่า นักลงทุนตอบรับ BANP13CB เกินคาด ทำให้จำนวนหุ้นที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักลงทุนในตลาด KGI จึงเสนอขาย BANP13CB ส่วนเพิ่มครั้งที่ 1 อีกจำนวน 25 ล้านหน่วย ทำให้วันที่ 13 ก.ย. จะมี BANP13CB จดทะเบียนในตลาดรวม 50 ล้านหน่วย หรือ 100 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน