posttoday
จังหวะการซื้อและเลือกกองทุนที่ดี จะทำได้อย่างไร

จังหวะการซื้อและเลือกกองทุนที่ดี จะทำได้อย่างไร

02 มีนาคม 2560

โดย...หมอนัท Fund Clinic

โดย...หมอนัท Fund Clinic

สวัสดีครับ นักลงทุนในกองทุนรวมทุกท่าน เดือนนี้ก็มาพบกับผมหมอนัท คนเดิมอีกครั้งในคอลัมน์ Fund Clinic แห่งนี้นะครับ เมื่อเดือนที่แล้ว ผมได้มาอธิบายถึงการซื้อกองทุนในจังหวะที่ตลาดหุ้นดี และตลาดหุ้นแย่ว่าเราควรจะเลือกกองทุนประเภทไหน หากเราต้องการเก็งกำไรในบางจังหวะ หรือต้องการผลตอบแทนที่มากขึ้นกว่าเดิม

การเลือกกองทุนที่ดีและการวางแผนการลงทุนอย่างเป็นระบบ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าการเลือกกองทุนตามจังหวะของตลาดหุ้น หรือตลาดการลงทุน ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องรอง เนื่องจากว่ากองทุนนั้นไม่เหมาะกับการเก็งกำไรเท่าไหร่นัก เพราะว่ากองทุนมีค่าธรรมเนียมในการซื้อ-ขาย โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าเงินที่ลงทุนดังนั้น ถ้าหากนักลงทุนเน้นไปที่การเก็งกำไร อาจจะทำให้ต้นทุนในการลงทุนของเรานั้นสูงขึ้นไปด้วยนั่นเองครับ

แต่ถ้านักลงทุนเองคิดว่ารับความเสี่ยงได้สูง โดยอยากจะเพิ่มผลตอบแทนให้สูงขึ้นมากกว่าเดิม และมีความชำนาญ รวมถึงมีเวลาในการดูแลพอร์ตการลงทุนของตัวเองแล้วละก็ ลองดูวิธีการเหล่านี้ เพื่อที่จะจับจังหวะในการลงทุน รวมถึงวิธีการเลือกกองทุนอย่างง่ายๆ ดูนะครับ

การจับจังหวะกับกองทุนนั้น ส่วนใหญ่เราจะนิยมมองเป็นภาพระยะในกรอบเดือนขึ้นไป เนื่องจากการจับจังหวะนั้นต้องใช้ระยะเวลาให้ผู้จัดการกองทุนได้มีโอกาสลงทุน แก้ไขข้อผิดพลาดที่มี เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีในกรอบระยะเวลาที่กำหนด และ คุ้มค่ากับค่าธรรมเนียมที่เราได้จ่ายไปครับ ยกเว้นเสียแต่ว่าเป็นกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์อย่างกองทุนน้ำมัน เนื่องจากราคาน้ำมันเองมีความผันผวนค่อนข้างสูง มีโอกาสที่เราจะเห็นตอบแทนที่สูงได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยที่เราอาจจะมองเป็นกรอบสัปดาห์เพื่อเก็งกำไรก็ได้ ดังนั้น นักลงทุนเองก็ควรที่จะทราบกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมกับการลงทุนด้วย

ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นไทยนั้น เรานิยมจะจับจังหวะด้วยการดูในเรื่องของความถูก-แพงของตลาดหุ้นเป็นหลัก เพราะว่าถ้าเราซื้อกองทุนได้ในตอนที่ราคาของหลักทรัพย์ปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมาก การถือเพื่อการลงทุนในระยะยาว หรือว่าแม้แต่ระยะสั้นๆ ก็ยังมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดี แต่ถ้าหากเราลงทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นแพงมากเกินไป นอกจากความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นแล้ว การถือกองทุนด้วยระยะเวลาที่นานเกินระยะเวลาการเก็งกำไรของนักลงทุนอาจจะทำให้เราเสียค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนไประหว่างทางด้วย หากกองทุนที่นั้นมีค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างสูงครับ

ส่วนวิธีการดูความถูก-แพง อย่างง่ายๆ เราก็นิยมดูค่า P/E Ratio เฉลี่ยของตลาดหุ้น ถ้าเมื่อใดที่ค่า P/E Ratio ของตลาดหุ้นไทย ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตประมาณ 1 SD ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจจะลงทุนด้วยครับ ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับผู้ที่ทยอยสะสมหน่วยลงทุนของกองทุนเพื่อการลงทุนในระยะยาวได้อีกด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้ราคาเฉลี่ยของหน่วยลงทุนที่ไม่แพง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้บริษัทหลักทรัพย์เองก็จะมีบริการให้อยู่แล้วครับ

อีกวิธีที่ได้รับความนิยมหากนักลงทุนเองมีความรู้ทางการวิเคราะห์กราฟเทคนิคคือ การดูเทรนด์ ของตลาดหุ้น ถ้าหากเทรนด์ของตลาดหุ้นเป็นขาขึ้น การซื้อกองทุนในช่วงนี้ก็น่าจะให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกมากกว่าเป็นลบ โอกาสขาดทุนก็จะน้อยลงไป โดยกลยุทธ์นี้เราเองก็ควรที่จะมีจุดเข้า-ออก ที่เหมาะสม และเราได้วางแผนมาเป็นอย่างดีแล้ว รวมถึงสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การมีความรู้พื้นฐานทางด้านเทคนิค ซึ่งเราสามารถใช้แค่การตีเส้นเทรนด์พื้นฐานได้ก็พอที่จะสามารถบอกได้แล้วว่าเป็นจังหวะที่ดีในการลงทุนหรือไม่

หลังๆ ผมเริ่มจะเห็นนักลงทุนหลายๆ คน สนใจในเรื่องของ Fund Flow มากขึ้น ซึ่งแนวทางการใช้ Fund Flow เองก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สามารถนำมาใช้ได้เช่นเดียวกัน โดยอาจจะประกอบกับการวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจร่วมด้วยว่าประเทศที่จะไปลงทุน หรือกลุ่มหลักทรัพย์ที่จะไปลงทุนนั้น มีปัจจัยพื้นฐาน และตัวเลขทางการเงิน ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่แข็งแรงหรือไม่ รวมถึงถ้าประเทศนั้นๆ มีการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มากกว่าที่อื่นๆ ก็จะมีผลต่อการลงทุนเช่นกันครับ

โดย Fund Flow เราก็สามารถติดตามได้จากหลายๆ แหล่ง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือว่าจะเป็นแหล่งข้อมูลทั่วไป เช่น ETF.com ที่เป็นตัวเลขการเข้าซื้อกองทุน ETF ต่างๆ ที่เป็นตัวแทนของดัชนีตลาดหุ้น ทองคำ ตราสารหนี้ ฯลฯ ซึ่งจะทำให้เราเห็นว่ากระแสได้ไหลไปทางไหนบ้าง

แต่การลงทุนในกองทุนต่างประเทศนั้นอาจจะมีความแตกต่างออกไปเล็กน้อย เนื่องจากแต่ละประเทศจะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ผลตอบแทนเฉลี่ยเองก็ต่างกัน ดังนั้น การจะลงทุนแบบเก็งกำไรหรือจับจังหวะลงทุนในกองทุนต่างประเทศนั้น อาจจะต้องมีความชำนาญในระดับหนึ่ง นักลงทุนหน้าใหม่ๆ อาจจะต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

ทั้งนี้ เราไม่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ในการลงทุนเพียงแค่กลยุทธ์เดียว แต่เราสามารถให้หลายๆ กลยุทธ์ในการลงทุนได้ ซึ่งจะเป็นการช่วยยืนยันสิ่งที่เรากำลังคิดอยู่ว่าถูกต้อง และเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับเราเวลาที่ลงทุนด้วยครับ

ส่วนการเลือกกองทุนที่ดีนั้นก็ไม่ได้มีหลักการอะไรมากนัก โดยเราจะเลือกจากกองทุนที่เป็นประเภท ประเทศ หรือสินทรัพย์ที่เหมือนกันมาเปรียบเทียบกัน โดยหากองทุนที่ให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ เราสามารถเข้าใจสไตล์การลงทุนของแต่ละ บลจ.ได้ และควรมีความเสี่ยงต่ำกว่ารวมถึงค่าธรรมเนียมต้องไม่แพงเกินไปด้วยครับ

ในครั้งหน้า ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงกองทุนของแต่ละทวีป แต่ละประเทศว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกกองทุนต่างประเทศ หากนักลงทุนต้องการจะเก็งกำไรในบางจังหวะครับ แล้วพบกันนะครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน